อียิปต์ที่เต็มไปด้วยคำถาม(ตอน7)

ซอกซอนตะลอนไป                           (7 ธันวาคม 2568)

อียิปต์ที่เต็มไปด้วยคำถาม(ตอน7)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

ตามที่ผมได้เล่าไปในตอนที่แล้วว่า  ฝรั่งเศสโดยการนำของนโปเลียน โบนาปาร์ต ได้นำทหาร 36,000 นายยกพลขึ้นบกที่อเล็กซานเดรีย  และยึดครองอเล็กซานเดรียได้อย่างง่ายดาย   จากนั้นก็นำทัพเดินทางลงใต้ไปยังไคโร  


(แผนที่อียิปต์ ลูกศรบนสุดคือ อเล็กซานเดรีย  ถัดลงมาก็คือ ไคโร  และล่างสุดก็คือ อัสวาน อันเป็นที่ตั้งของวิหารฟิเลย์-ภาพจากกูเกิ้ล แมพ)  

สงครามครั้งสุดท้ายที่ทำให้ฝรั่งเศสยึดครองอียิปต์ได้อย่างเบ็ดเสร็จก็คือ สงครามแห่งพีระมิด  โดยที่นโปเลียนสามารถเอาชนะกองทัพแมมลุค ของ ราชวงศ์อ๊อตโตมาน  และ ยึดครองอียิปต์ได้อย่างสมบูรณ์

จุดประสงค์ของการยึดอียิปต์ก็คือ  พยายามสกัดกั้นเส้นทางการค้าขาย  และ  การแผ่ขยายอิทธิพลของอังกฤษไปสู่ดินแดนตะวันออกของเอเชีย  คือ  อินเดีย  และ  พม่า เป็นหลัก  ซึ่งขณะนั้นอังกฤษครอบครองสองประเทศดังกล่าวแทบจะเต็มรูปแบบแล้ว  

ฝรั่งเศสหวังว่า  ตนเองจะเข้าไปยึดครองภูมิภาคเอเชียแทนที่อังกฤษ

จากไคโร  นโปเลียนก็ส่งทหารเดินทางลงใต้ไปยัง เมืองลักซอร์ และ อัสวาน  เชื่อกันว่า   ทหารของนโปเลียนได้ใช้วิหารหลายๆแห่ง  เช่น  วิหารฟิเลย์  ที่อัสวาน ,  วิหารลักซอร์ และ วิหารคาร์นัค ที่เมืองลักซอร์เป็นที่พักของทหาร 


(กำแพงของวิหารฟิเลย์ ที่ทหารฝรั่งเศสสลักชื่อของตัวเองเอาไว้)

หลักฐานยืนยันก็คือ  ตัวหนังสือที่ทหารฝรั่งเศสได้แกะสลักเอาไว้บนผนังของวิหารฟิเลย์  ที่ยังพบเห็นได้จนทุกวันนี้

ย้อนกลับมาพูดถึงวิหารคาร์นัค ที่เมืองลักซอร์อีกครั้ง

วิหารคาร์นัค ได้รับการยอมรับว่าเป็นวิหารที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก  เพราะได้รับการบูรณะ  และ  ต่อเติมโดยฟาโรห์หลายพระองค์จากหลายยุคหลายสมัย  เพราะแต่ละพระองค์ต่างก็ต้องการจะมีส่วนร่วม  และต้องการให้พระนามของตัวเองจารึกเอาไว้ในวิหารที่ยิ่งใหญ่  ของเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  สำคัญที่สุดของอียิปต์  คือ เทพอามุน รา  


(เทพอามุน รา – ภาพจากวิกิพีเดีย)

ฟาโรห์ดังๆ อาทิเช่น  ธุทโมเซส ที่ 3(THUTMOSE III)  ,  ราชินี ฮัทเชฟซุท (HATSHEPSUT),  ตุตันคามุน(TUTANKHAMUN) จากราชวงศ์ ที่ 18 ประมาณ 3400 ปีเศษที่แล้ว    ฟาโรห์ เซติ ที่ 1(SETI I) พระบิดาของรามเซสที่ 2(RAMSES II) แห่งราชวงศ์ที่ 19  เมื่อประมาณ 3200 ปีเศษที่แล้ว เรื่อยมาจนถึงสมัยของฟาโรห์ เนคตาเนโบ ที่ 2 (NECTANEBO II)  แห่งราชวงศ์ที่ 30 เมื่อประมาณ 2300 ปีเศษที่แล้ว


(กำแพงชั้นนอกสุด ซึ่งเป็นกำแพงที่สร้างทีหลังสุด แต่สร้างไม่เสร็จ  ผลงานของเนคตาเนโบ-ภาพโดยผู้เขียน)

ดังนั้น   เมื่อเริ่มต้นเดินจากประตูทางเข้าเรื่อยเข้าไปในวิหาร  จึงเหมือนกับว่า   เราได้เดินย้อนผ่านเข้าไปสู่อดีต ผ่านกาลเวลาของยุคสมันต่างๆที่เคยเกิดเรื่องราวมากมาย   บ้างก็เป็นความขัดแย้ง  ความแค้น  และ  ความเห็นแก่ตัว

เมื่อผ่านประตู (PYLON) ที่ 2 เข้ามา  ซึ่งเป็นประตูที่สร้างขึ้นในยุคสมัยของ ฟาโรห์ รามเซส ที่ 2  เราก็ได้เห็นรอยขีดเส้นสีดำบนกำแพง  และมีตัวเลขในภาษาอาระบิคกำกับอยู่


(ผู้เขียนกับตัวเลขอาระบิคที่เขียนอยู่บนผนัง )

ตัวเลขอาระบิคที่เขียนไว้  เทียบได้กับตัวอักษรในภาษาละติน คือ  ตัวอักษร I  1 ตัว  ถัดมาจะเป็นตัวอักษร V คว่ำ 2 ตัว  และ  ตัวอักษร V ปกติ อีก 1 ตัว  

ถอดความเป็นตัวเลขได้ดังนี้  คือ  1887 

แน่นอนว่า   ตัวเลขทั้งสี่นี้ไม่ใช่เป็นการใบ้หวย   แต่จะเป็นเลขอะไร  รอติดตามอ่านในสัปดาห์หน้าครับ

ผมกำลังจะนำชมทัวร์เจาะลึกอียิปต์แบบ “ทัวร์พรีเมี่ยม” โรงแรมดี ล่องเรือระดับ 5 ดาว  อาหารดีตามโรงแรม 4-5 ดาว และโปรแกรมชมครบครัน  ขณะนี้  เหลือเพียงทริปเดือนมีนาคมปีหน้าอีกเพียงทริปเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 4-13 มีนาคม  สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .