อียิปต์ที่เต็มไปด้วยคำถาม(ตอน9)

ซอกซอนตะลอนไป                           (21 ธันวาคม 2568)

อียิปต์ที่เต็มไปด้วยคำถาม(ตอน9)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

วัดจากเส้นระดับน้ำท่วมสูงสุดในปี 1887 ที่ขีดบนกำแพงของวิหารคาร์นัค ลงไปจนถึงระดับน้ำธรรมดาของแม่น้ำไนล์ จะอยู่ประมาณ 8 เมตรเป็นอย่างน้อย

นั่นหมายความว่า   น้ำในแม่น้ำไนล์น่าจะเพิ่มระดับสูงขึ้นไปได้ถึง 8 เมตรเป็นอย่างต่ำ  ลองคิดดูนะครับว่า  น้ำจะท่วมลึกเข้าไปในแผ่นดินสองฝั่งแม่น้ำได้ไกลขนาดไหน  จนทำให้พื้นที่เหล่านี้กลายเป็นแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด   ทำให้อียิปต์มีชื่อเรียกขานอีกชื่อหนึ่งว่า 

               เคเมต (KEMET) ซึ่งแปลว่า  แผ่นดินดำ หรือ  ดินแดนสีดำ 

               สีดำ ก็คือสีที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินที่เหมาะแก่การเพาะปลูก   แม้จนทุกวันนี้  ท้องไร่ท้องนาของชาวอียิปต์ที่อยู่ห่างไกลจากแม่น้ำไนล์  และไม่ถูกน้ำท่วมมาเป็นเวลากว่า 100 ปีแล้ว  ก็ยังมีดินสีดำอยู่เลย

ทำให้อียิปต์ กลายเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของโลกตะวันตกในยุคนั้น   แม้กระทั่งโรมันยังต้องยึดอียิปต์ และ ตั้งให้อียิปต์เป็นจังหวัดหนึ่งของอาณาจักรโรมัน เพื่อเป็นแหล่งเสบียงอาหารไปให้แก่กรุงโรม


(แผนที่แสดงที่ตั้งของกรุงโรม (ศรชี้ข้างบน) และ อเล็กซานเดรีย ของอียิปต์(ศรชี้ข้างล่าง) ภาพจากกูเกิ้ลแมพ)

อียิปต์มีความสำคัญมากขนาดที่ตอนกลุ่มพันธมิตรครั้งที่ 2 อันประกอบด้วย อ๊อคเทเวียน , มาร์ค แอนโทนี่  และ เลปิดุส  ได้ยึดอำนาจหลังการตายของจูเลียส ซีซาร์ ในปี 44 ก่อนคริสตกาล  ก็แบ่งเขตเพื่อแยกกันปกครอง  และ  มาร์ค แอนโทนี ได้ปกครองอียิปต์

จะพูดเรื่องน้ำท่วมอียิปต์  แต่ลากยาวไปไกลถึงอาณาจักรโรมันโน่นเลย

กำแพงชั้นนอกที่ทำด้วยดินดิบนั้น  สามารถต้านทานน้ำระดับสูงกว่า 8 เมตรนี้ได้  ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดเดาได้ไม่ยากเพราะอียิปต์โบราณจะต้องประสบกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ๆแบบนี้ทุกปี  แต่ละปีเป็นเวลาหลายเดือน 

มีเรื่องเล่ากันต่อๆมาว่า   ตอนที่ทหารฝรั่งเศสเข้ามาใช้พื้นที่ในวิหารคาร์นัคเป็นค่ายทหาร  ก็เห็นว่าภายในวิหารมีความสกปรกอยู่   ก็อยากจะทำความสะอาด  แต่ก็คงจะหาวิธีที่แยบยล  และ  ได้ผลอย่างชัดเจนไม่ได้   ก็จึงมีผู้เสนอความคิดว่า 

ควรจะระเบิด หรือ  ทำลาย กำแพงดินดิบชั้นนอกสุด   เพื่อปล่อยให้น้ำไหลเข้ามาในวิหาร  และกวาดเอาสิ่งสกปรกออกไป


(เส้นที่แนวระดับน้ำท่วมสูงสุดที่วิหารคาร์นัค ในปี 1887)

หลังจากระเบิดกำแพงชั้นนอกแล้ว  น้ำจากแม่น้ำไนล์ก็ไหลบ่าเข้ามาท่วมในวิหารจนมีระดับน้ำสูงเท่ากับเส้นที่มีการขีดเอาไว้ 

น้ำท่วมอยู่นานหลายเดือนก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย  เพราะตัววิหารสร้างด้วยหินทรายเป็นหลัก

ผมลองค้นหาข้อมูลจากหลายๆแหล่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้   แต่ไม่พบหลักฐานยืนยันการกระทำดังกล่าวของทหารฝรั่งเศสเลย   ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะข้อมูลเกี่ยวกับอียิปต์ทั้งหมด  มีเพียงชาติตะวันตกไม่กี่ชาติเท่านั้นที่ผูกขาดการให้ข้อมูลแก่ประชาชนทั่วโลก

แต่สิ่งที่สะท้อนถึงทัศนคติของชาวตะวันตก โดยเฉพาะชาวฝรั่งเศสต่ออียิปต์โบราณก็คือ  รูปสลักที่ผมเอามาให้ชมข้างล่างนี้


(รูปสลักที่บรรยายถึงทัศนคติของฝรั่งเศสต่ออียิปต์ – ภาพจากอินเตอร์เน็ต)   

ท่านผู้อ่านลองทายดูนะครับ  ว่าใครคือผู้ชายคนนี้  และ รูปสลักนี้ต้องการสะท้อนความคิดอะไร  แล้วมาพบคำตอบในสัปดาห์หน้าครับ

ผมกำลังจะนำชมทัวร์เจาะลึกอียิปต์แบบ “ทัวร์พรีเมี่ยม” โรงแรมดี ล่องเรือระดับ 5 ดาว  อาหารดีตามโรงแรม 4-5 ดาว และโปรแกรมชมครบครัน  ขณะนี้  เหลือเพียงทริปเดือนมีนาคม ปีหน้าอีกเพียงทริปเดียวเท่านั้น ระหว่างวันที่ 4-13 มีนาคม  เหลือเพียง 2 ที่นั่งเท่านั้น  สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .