อียิปต์ที่เต็มไปด้วยคำถาม(ตอน10)

ซอกซอนตะลอนไป                           (28 ธันวาคม 2568)

อียิปต์ที่เต็มไปด้วยคำถาม(ตอน10)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

ผู้ชายในชุดใหญ่หางยาวที่ยืนบนเท้าขวา และ ยกเท้าซ้ายไปและวางบนรูปสลักแบบอียิปต์โบราณรูปหนึ่ง  ชายผู้นี้คือบุคคลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของแวดวงโบราณคดีอียิปต์


(ชอมโปลิยอง ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บิดาแห่งอียิปต์ศาสตร์- ภาพจาก ALAMY)

เขาคือ ฌอง ฟรองซัวร์ ชอมโปลิยอง (JEAN-FRANCOIS CHAMPOLLION) นักภาษาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส  ผู้ที่ได้รับการยกย่องจากนักวิชาการทั่วโลกจากผลงานการศึกษาด้วยความยากลำบากจนนำไปสู่กุญแจที่ไขความลับเข้าไปสู่โลกอียิปต์โบราณ

แล้วรูปสลักรูปนี้  มีความเกี่ยวพันกับเรื่องราวน้ำท่วมในวิหารคาร์นัคในปี 1887 อย่างไร

จะเห็นว่า  เรื่องเล่าของชาวบ้านที่เมืองลักซอร์ เกี่ยวกับน้ำท่วมที่เป็นฝีมือของทหารฝรั่งเศส ในปี 1887  มีความขัดแย้งกับข้อมูลสมัยใหม่ในระบบอินเตอร์เน็ตที่นำเสนอโดยโลกตะวันตกอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ

แล้วข้อมูลไหนเป็นความจริง

ก่อนอื่นขอกลับมาที่รูปสลักของ ชอมโปลิยอง ซึ่งเป็นคนแรกที่สามารถอ่านภาษาเฮียโรกลิฟ ของอียิปต์โบราณได้  หลังจากที่ภาษาดังกล่าวได้กลายเป็นภาษาที่ไม่มีใครใช้มานานนับพันปีแล้ว  


(ศิลาจารึก โรเซตตา- ภาพโดยผู้เขียน)

กุญแจหลักที่ทำให้เขาสามารถไขความลับของการอ่านตัวหนังสือดังกล่าวได้ก็คือ  ศิลาจารึกที่เรียกว่า  โรเซตต้า (ROSETTA STONE)ที่ถูกขุดพบในหมู่บ้านโรเซตต้า ทางตอนเหนือของอียิปต์เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 1799 โดยทหารฝรั่งเศสนายหนึ่ง  แต่ต่อมา  หินก้อนดังกล่าวถูกทหารอังกฤษยึดไปได้  และตั้งแสดงโชว์อยู่ที่ BRITISH MUSEUM ในปัจจุบันนี้  

ชอมโปลิยอง ใช้ภาพก็อปปี้จากหินดังกล่าวในการศึกษา ถอดความ  จนสามารถอ่านตัวหนังสือ เฮียโรกลิฟ ได้ในที่สุด   จนโลกปัจจุบันนี้สามารถรู้เรื่องราวของอียิปต์โบราณได้อย่างมากทีเดียว 

แม้ว่าจะไม่ทั้งหมดก็ตาม

ถ้าพูดกันตามหลักแล้ว  ชอมโปลิยอง คงจะรู้สึกสำนึก และ ขอบคุณทุกสิ่งจากยุคอียิปต์โบราณที่ทำให้เขากลายเป็นคนมีชื่อเสียงที่สุด   หากไม่ใช่เพราะหินโรเซตตาแล้ว  ชอมโปลิยองก็จะยังเป็นนักภาษาศาสตร์ธรรมดาๆคนหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก

สิ่งที่สะท้อนความนึกคิดของชาวฝรั่งเศสต่อ ประวัติศาสตร์อียิปต์โบราณ  ฟาโรห์  และ  สิ่งก่อสร้าง  อนุสรณ์สถานทั้งหมดก็แสดงออกมาทางผลงานการแกะสลักของ  ออกุสเต้ บาร์โธลดิ(AUGUSTE BARTHOLDI)  ที่ได้แกะสลักรูปสลักของ ชอมโปลิยองในแบบที่เห็นเมื่อปี 1865

คำบรรยายในเว็บไซต์ต่อ ชอมโปลิยอง และ  รูปสลักรูปนี้บอกว่า  บาร์โธลดิ  มีความรู้สึกยกย่องบูชาต่อ ชอมโปลิยองอย่างยิ่ง  จึงแกะสลักรูปดังกล่าวออกมา


(รูปสลักปัญหาที่ก่อให้เกิดการประท้วงจากอียิปต์ขนาดใหญ่ ปัจจุบันอยู่ที่ COLLEGE DE FRANCE)

แต่ไม่ว่าใครๆ  จากชาติไหน  วัฒนธรรมใดๆ ก็ตาม  เมื่อเห็นรูปสลักนี้แล้ว   ก็พูดได้คำเดียวว่า  ผู้แกะสลักมีความสำนึกในแบบดูถูกเหยียดหยามต่อวัฒนธรรมอียิปต์เป็นอย่างมาก


(วิหารของฟาโรห์ รามเซส ที่ 2 ที่อาบูซิมเบล ประวัติศาสตร์อียิปต์ยกย่องให้ รามเซส ที่ 2  เป็นฟาโรห์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอียิปต์โบราณพระองค์หนึ่ง – ภาพโดยผู้เขียน)

จึงเลือกที่จะเอารูปสลักของฟาโรห์ รามเซสที่ 2 ไปวางไว้อยู่แทบเท้าของ ชอมโปลิยอง

การแกะสลักดังกล่าว  อยู่ในช่วงเวลาที่ใกล้กันกับน้ำท่วมใหญ่ที่วิหารคาร์นัค ซึ่งชาวบ้านบอกเล่ากันว่าเป็นฝีมือของทหารฝรั่งเศส  แต่ไม่มีสื่อ หรือ บันทึกที่ใดเลยที่ระบุเรื่องราวดังกล่าวนี้

และต้องไม่ลืมว่า  ไม่ว่าจะเป็นตำรา  สื่อออนไลน์ต่างๆ  ล้วนมีชาวตะวันตกไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ หรือ ฝรั่งเศส เป็นผู้เขียนทั้งสิ้น  

ดังนั้น    จึงเป็นวิจารณญาณ และ  การชั่งน้ำหนักของท่านผู้อ่านแล้วละครับ  ว่าจะเชื่อแบบใด

ผมกำลังจะนำชมทัวร์เจาะลึกอียิปต์แบบ “ทัวร์พรีเมี่ยม” โรงแรมดี ล่องเรือระดับ 5 ดาว  อาหารดีตามโรงแรม 4-5 ดาว และโปรแกรมชมครบครัน  ระหว่างวันที่  4 –  13 มีนาคม เป็นทริปสุดท้าย  และขณะนี้เหลือเพียง 4 ที่นั่งสุดท้าย  สนใจจะร่วมเดินทางด้วย  สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .