ซอกซอนตะลอนไป (5 ตุลาคม 2568)
ฟาโรห์ตุตันคามุน เป็นคนผิวดำ ? (ตอน2)
โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ
ผมได้พูดถึงในตอนที่แล้วว่า ตุตันคามุน เป็นโอรสของฟาโรห์ อัคเคนนาเตน หรือ อาเมนโฮเทป ที่ 4 กับมเหสีที่ไม่ปรากฎชื่อจริง แต่มีชื่อเรียกง่ายๆว่า สาวน้อย ส่วนปู่ของตุตันคามุน ก็คือ ฟาโรห์อาเมนโฮเทปที่ 3 บิดาของ อัคเคนนาเตน กับ ย่าที่ชื่อ ราชินีทิเย หรือ ไท
ในขณะที่ ไม่ปรากฎหลักฐานชัดเจนว่า ตาและยายของตุตันคามุนเป็นใคร แต่น่าจะสรุปได้ว่า น่าจะเป็นพี่น้องของ อัคเคนนาเตน เช่นกัน
ตุตันคามุน เป็นฟาโรห์ ในราชวงศ์ที่ 18 ของยุคอาณาจักรใหม่ ซึ่งเปลี่ยนผ่านมาจากการถูกยึดครองโดยชาวต่างชาติที่เรียกกันว่า พวกฮิคโซส
คำว่า ฮิคโซส นั้นแปลว่า ชนต่างชาติอยู่แล้ว จึงไม่อาจยืนยันได้ว่า หมายถึงชนชาติใดกันแน่ แต่เชื่อกันว่า พวกฮิคโซส น่าจะมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอียิปต์ หรือ ประมาณประเทศอิสราเอล เลบานอน ซีเรีย และ ภาคตะวันออกของตุรกีปัจจุบันนี้

(แผนที่อียิปต์ เรื่อยขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงอิสราเอล เลบานอน ซีเรีย และ ตุรกี- ภาพจาก ALAMY)
หลังจากชนชาวพื้นเมืองอียิปต์ดั่งเดิมสามารถยึดอำนาจคืนจากพวกฮิคโซสได้แล้ว ก็ตั้งตนเป็นผู้ปกครองคนใหม่มีนามว่า อาห์โมส ที่ 1 (AHMOSE I) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของราชวงศ์ที่ 18 ของยุคอาณาจักรใหม่ (THE NEW KINGDOM)
หลังจากนั้น ฟาโรห์ก็เปลี่ยนหน้าขึ้นมาปกครองอียิปต์เรื่อยมาตลอดช่วงเวลาประมาณ 218 ปี โดยมีฟาโรห์ผู้ปกครองจำนวน 9 พระองค์ ก่อนที่จะตกมาถึงฟาโรห์ ตุตันคามุน
ที่น่าสนใจก็คือ ผู้ปกครองทั้ง 9 พระองค์ล้วนสืบเชื้อสายต่อๆกันมา คือ มักจะเป็นพ่อลูกกัน

(รูปสลักของฟาโรห์ อัคเคนนาเตน บิดาของ ตุตันคามุน จะเห็นว่า ผิวไม่ดำ – ภาพโดยผู้เขียน)
ฟาโรห์แต่ละพระองค์ ไม่มีใครมีผิวดำเลยแม้แต่คนเดียว
ดังนั้น คำพูดที่ว่า ตุตันคามุน เป็นคนผิวดำจึงไม่มีหลักฐานใดๆรองรับ
ข้ออ้างที่อาจารย์ผู้สอนวิชามัคคุเทศก์ของอียิปต์ให้เหตุผลว่า ตุตันคามุน เป็นคนผิวดำก็คือ รูปสลัก 2 รูปที่ยืนถือไม้เท้าเป็นยามเฝ้าประตูทางเข้าห้องเก็บศพมีผิวสีดำ

(รูปสลักเป็นยามเฝ้าประตูของตะตันคามุน-ภาพโดยผู้เขียน)
เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากสำหรับผม ที่คนระดับครูบาอาจารย์ให้ข้อมูลที่ผิดมั่วซั่วสุดๆให้แก่ลูกศิษย์มัคคุเทศก์ที่ทำหน้าที่นำเที่ยว และ บอกข้อมูลทางประวัติศาสตร์ให้แก่นักท่องเที่ยว

(ฟาโรห์ ธุทโมเซส ที่ 3 ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของตุตันคามุน ก็มิได้มีผิวดำ – ภาพโดยผู้เขียน)
ข้อเท็จจริงก็คือ รูปสลักของตุตันคามุนทั้งสองตัวทำจากไม้แกะสลัก จากนั้นก็ลงรัก ซึ่งเป็นสารประเภทยางไม้เหนียวๆทาไปทั่วทั้งตัว แล้วปิดทองทับลงไปบางส่วน เช่น บริเวณมงกุฎ ผ้านุ่ง สร้อยคอ รองเท้าแตะ ไม้เท้า และ คฑา เป็นต้น
สาเหตุที่ต้องลงรัก ก็เพื่อให้ทองคำแผ่นซึ่งมีขนาดบางมากสามารถเกาะติดกับตัวรูปสลักได้ ไม่หลุดลอกไปในเวลาอันรวดเร็ว
รัก หรือ ยางไม้เหนียวๆเหล่านี้ แรกทีเดียวอาจมีสีน้ำตาล แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะเปลี่ยนกลายเป็นสีเข้ม หรือจนกระทั่งอาจจะเป็นสีดำ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากค้นพบสุสานดังกล่าว รูปสลักเหล่านี้ถูกนำออกมาสุสาน และเคลื่อนย้ายไปยังกรุงไคโร ทำให้รูปสลักสัมผัสกับอากาศโดยรอบ เกิดปฎิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า OXIDATION คือ การเปลี่ยนแปลงทางเคมีด้วยผลของอ๊อกซิเยน เช่นเดียวกับเหล็กเมื่อสัมผัสกับอ็อกซิเจนที่ทำให้เป็นสนิม
รัก หรือ ยางไม้ ซึ่งมีสีเข้มอยู่แล้ว จึงกลายเป็นสีดำเพิ่ม ดังที่เห็นในปัจจุบัน
มัคคุเทศก์ ที่ตีกินแบบง่ายๆจึงมักจะจับแพะชนแกะมาเล่าเป็นตุเป็นตะอย่างที่ว่ามา เพราะฉะนั้น จึงไม่ควรเชื่อทุกคำพูดของมัคคุเทศก์ไม่ว่าจากที่ไหนในโลกแบบร้อยเปอร์เซนต์ แต่ควรค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมในสิ่งที่ยังข้องใจ หรือ มีคำถาม
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ
ผมกำลังจะนำชมทัวร์เจาะลึกอียิปต์แบบ “ทัวร์พรีเมี่ยม” โรงแรมดี ล่องเรือระดับ 5 ดาว ทานอาหารดีตามโรงแรม 4-5 ดาว และโปรแกรมครบครัน เพียง 3 ทริปในฤดูกาลนี้ แต่ขณะนี้เหลือเพียงทริปกุมภาพันธ์ ปีหน้าอีก 7 ที่เท่านั้น สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498





