อียิปต์ที่เต็มไปด้วยคำถาม(ตอน11)

ซอกซอนตะลอนไป                           (4 มกราคม 2569)

อียิปต์ที่เต็มไปด้วยคำถาม(ตอน11)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

ชาวอียิปต์โบราณยุคฟาโรห์ หมกมุ่นอยู่ในเรื่องเพียงไม่กี่เรื่องคือ  เรื่องราวของเทพเจ้า  และ  เรื่องราวชีวิตหลังความตาย 

และเรื่องราวทั้งหมดนี้   ถูกเขียนขึ้นต่อเนื่องมานานนับพันปี  คล้ายๆกับคัมภีร์ต่างๆของศาสนาฮินดู  ทั้งหมดถูกเขียนขึ้นมาอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน อย่างเป็นเหตุเป็นผลตามความเชื่อของอียิปต์โบราณ  และ สอดคล้องเกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวันของชาวอียิปต์โบราณด้วย  

ตำนานของอียิปต์โบราณน่าจะถูกเขียนขึ้นโดยบุคคลระดับหัวหน้านักบวชหลายคน  และเขียนต่อๆกันมา   ดังนั้น  เรื่องราวก็อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย  

ตำนานปรัมปราที่ยาวนาน และ ลึกซึ้งของอียิปต์โบราณจะเริ่มตั้งแต่  กำเนิดของโลก   โดยระบุว่า  โลกนี้เริ่มจากความมืดมิดทั้งหมด  (เหมือนกับเรื่องราวการเกิดโลกของชาวยิว  และ ชาวคริสต์ ในคัมภีร์ไบเบิล)

ในขณะนั้น  โลกนี้มีแต่ผืนน้ำที่กว้างใหญ่ไพศาล   และ  ความมืด


(ในพิธีกรรมทางศาสนา ชาวอียิปต์โบราณจะถวายดอกบัว ทั้งตูม และ บาน แด่เทพเจ้า -ภาพจากกูเกิ้ล)

ทันใดนั้นก็มีดอกบัวตูมขนาดใหญ่ ผุดพ้นขึ้นมาจากผิวน้ำ  ดอกบัวตูมดังกล่าว นอกจากจะเปล่งประกายแสงสว่างจ้าแล้ว   ยังปล่อยความหอมของดอกบัวออกมาสู่โลกใบนี้ด้วย

กลายเป็นช่วงเวลากลางวัน  

ดังนั้น   ดอกบัวจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของพระอาทิตย์  ผู้ทำลายความอึมครึม  ความไม่แน่นอน ของโลกแห่งความมืดในทุกๆเช้า


(ภาพสลักในสุสาน ที่แสดงให้เห็นชาวอียิปต์โบราณกำลังชื่นชมกับความหอมของดอกบัวที่กำลังบาน  ความหอมของดอกบัวอียิปต์ จะมีกลิ่นที่แตกต่างจากดอกบัวของไทยมาก – ภาพจากกูเกิ้ล)

ทำให้ดอกบัวแห่งแสงสว่าง และ  ความหอมหวล ได้รับการขนานนามว่า  วิญญาณของเทพรา (RA)  ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์   และเชื่อกันว่า   ตัวตนของเทพเจ้ารา  หรือ  เทพแห่งดวงอาทิตย์จะสถิตย์อยู่ในดอกบัวตูม

จากการที่ดอกบัวจะหุบหลังพระอาทิตย์ตกในเวลากลางคืน  และ จะบานออกในตอนเช้าเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้า  ชาวอียิปต์โบราณจึงให้ความสำคัญแก่ดอกบัวในฐานะของสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ (REBIRTH)

ต่อมา   ดอกบัวได้รับการสถาปนาให้เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองของดินแดนทางใต้ของอียิปต์โบราณ  ที่เรียกว่า UPPER EGYPT  เหตุผลก็คือ   ดอกบัวเป็นพืชพื้นเมืองของดินแดนทางใต้ของอียิปต์โบราณ 


(แผนที่อียิปต์  แม่น้ำไนล์จะไหลจากทางภาคใต้ของอียิปต์ ผ่านเมือง อัสวาน ไปยัง ธีบส์ หรือ ลักซอร์ ขึ้นไปยังไคโร แล้วไปลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน- ภาพจากกูเกิ้ล)

ขณะเดียวกัน   ดินแดนทางเหนือของอียิปต์โบราณ  ที่เรียกว่า  LOWER EGYPT ก็ได้สถาปนาต้นกก  หรือ ที่เรียกว่า  ต้นปาปิรัส ให้เป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองของดินแดนทางเหนือ 

ท่านผู้อ่านอาจจะมีคำถามแล้วว่า   ทำไมดินแดนทางใต้ของอียิปต์ จึงเรียกว่า UPPER EGYPT หรือ  อียิปต์บน  ในขณะที่ดินแดนทางเหนือของอียิปต์ จึงเรียกว่า  LOWER EGYPT หรือ  อียิปต์ล่าง  ก็ขออธิบายสั้นๆว่า  

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า   แม่น้ำไนล์ที่ไหลผ่ากลางประเทศอียิปต์มาเป็นเวลาช้านานหลายพันหลายหมื่นปีนั้น   ไหลจากทิศใต้ขึ้นมาไปทางทิศเหนือ  จน ไหลไปลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 

ชาวอียิปต์โบราณ  จึงคิดด้วยตรรกะของเขาในยุคนั้นว่า  ภาคใต้ของอียิปต์จะต้องสูงกว่าภาคเหนือของอียิปต์แน่นอน  เพราะน้ำจะไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำกว่า

จึงเกิดเป็นดินแดน 2 ดินแดนมาตั้งแต่ยุคโบราณว่า   อียิปต์บน และ อียิปต์ล่าง  ที่อาจจะฟังดูสับสนกับทิศเหนือทิศใต้

ผมกำลังจะนำชมทัวร์เจาะลึกอียิปต์แบบ “ทัวร์พรีเมี่ยม” โรงแรมดี ล่องเรือระดับ 5 ดาว  อาหารดีตามโรงแรม 4-5 ดาว และโปรแกรมชมครบครัน  ระหว่างวันที่  4 –  13 มีนาคม เป็นทริปสุดท้ายของฤดูกาล ขณะนี้เหลืออีกเพียง 4 ที่สุดท้าย   สนใจจะร่วมเดินทางด้วย  สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .