เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน2)

ซอกซอนตะลอนไป                           (8 กุมภาพันธ์ 2569)

เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน2)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

               ในที่สุด  ธุทโมเซส ที่ 4 ก็ได้ขึ้นครองราชเป็นฟาโรห์

               ช่วงเวลาของการขึ้นครองราชของ ธุทโมเซส ที่ 4 ค่อนข้างสั้น  คือประมาณ 10 ปี  ใกล้เคียงกับรัชสมัยของฟาโรห์ตุตันคามุน   ฟาโรห์องค์ต่อมาก็คือ  ฟาโรห์อาเมนโฮเทป ที่ 3  หรือ ที่เรียกเป็นภาษากรีกว่า  อาเมนโนฟิส ที่ 3


(ฟาโรห์อาเมนโฮเทป ที่ 3- ภาพจากวิกิพีเดีย)

               เนื่องจากฟาโรห์ ธุทโมเซส ที่ 4 สิ้นพระชนม์ค่อนข้างเร็ว  ทำให้อาเมนโฮเทป ที่ 3  ซึ่งเป็นโอรสต้องขึ้นครองราชในขณะที่อายุยังไม่มากนัก  คือประมาณ 12 ปี

               สำหรับคนอายุ 12 ขวบในสมัย 3000 ปีเศษที่แล้ว  ถือว่าไม่ใช่เด็กอย่างเช่นปัจจุบันนี้แล้ว  เพราะเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป สามารถแต่งงานมีครอบครัวแล้ว  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  เด็กผู้หญิง

               แม้กระทั่งในช่วง 4-5 ร้อยปีที่แล้ว  เด็กหญิงจะแต่งงานมีครอบครัวในช่วงอายุประมาณ 12 ขวบขึ้นไป   หากเกิน 20 ปีขึ้นไปแล้ว  ก็ถือว่าแก่จนถึงขนาดขึ้นคานได้

               อาจเพราะขึ้นครองราชตั้งแต่อายุยังน้อย ประกอบกับความไม่มั่นคงของการปกครองแผ่นดินที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่สมัยของ ฟาโรห์ธุทโมเซส ที่ 4  บิดาของพระองค์   และ  อาจเป็นเพราะแนวคิดบางส่วนของพระองค์ก็เป็นได้(ซึ่งผมจะเล่าในลำดับต่อไป)  ทำให้การครองบัลลังก์มีความอ่อนไหว และ  ไม่มั่นคงได้ 

               ฟาโรห์ อาเมนโฮแทป ที่ 3  ก็คงจะตระหนักดีในปัญหาที่คุกรุ่นอยู่ภายใน   ดังนั้น  พระองค์จึงจำต้องสร้างความชอบธรรมในการขึ้นครองราชของตนเอง


(วิหารลักซอร์ ในยามโพล้เพล้ – ภาพโดยผู้เขียน)

พระองค์ได้สร้างวิหารลักซอร์ขึ้น ที่เมืองธีบส์  เมืองหลวงของอียิปต์โบราณในยุคอาณาจักรใหม่  เพื่อถวายให้แด่เทพี มุท (MUT) เทพีแห่งน้ำ  “น้ำ” อันเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งในโลกตามความเชื่อของศาสนาอียิปต์โบราณ  

               จุดที่ตั้งของวิหารลักซอร์นั้น   นักโบราณคดีเชื่อว่า  เคยมีวิหารที่ไม่แน่ชัดว่าเป็นของใครสร้างอยู่บนสถานที่เดียวกันมาก่อน  แนวคิดในการสร้างศาสนสถานใหม่บนจุดที่เคยเป็นที่ตั้งของศาสนสถานเก่าของศาสนาอื่น  หรือ  ศาสนาเดียวกัน  เป็นที่นิยมมาตั้งแต่โบราณกาลนับพันๆปีที่แล้ว

               ใกล้ๆกับห้องศักดิ์สิทธิ์  ปรากฎรูปสลักแบบ “นูนต่ำ” ที่บรรยายถึงความชอบธรรมของตนเองในการขึ้นครองราช  โดยรูปสลักดังกล่าว ได้อ้างอิงเทพอามุนรา ซึ่งเป็นเทพสูงสุดของเมืองธีบส์ของอียิปต์โบราณ  หรือ  เมืองลักซอร์ในปัจจุบัน เป็นภาพของการมีปฎิสัมพันธ์ทางเพศระหว่างเทพอามุนรา   กับ มุทเทมวิยา (MUTEMWIYA) มารดาของพระองค์  โดยมีเทพีสององค์คือ  ไอซิส กับ เนฟธีส กำลังรองรับเท้าของทั้งสอง


(อามุนรา กำลังป้อนกุญแจแห่งชีวิต ให้แก่ มเหสีมุทเทมวิยา-ภาพโดยผู้เขียน)

               การปฎิสัมพันธ์ทางเพศของเทพเจ้า กับ มนุษย์ ถูกแสดงออกมาด้วยภาพของเทพอามุนรา กำลังยื่นกุญแจแห่งชีวิตเข้าไปที่ปากของมเหสี มุทเทมวิยา

               ภาพต่อมาก็คือ   ตอนที่เทพคนุม ผู้เป็นเทพแห่งการปั้นมนุษย์ขึ้นมาจากดินเหนียว กำลังปั้นคนสองคนขึ้นมา  ซึ่งเข้าใจว่า  หนึ่งในนั้นก็คือ อาเมนโฮเทป ที่ 3 

               บางสันนิษฐานบอกว่า   เด็กดินเหนียวที่ถูกปั้นขึ้นมาอีกคนหนึ่ง  น่าจะเป็นพี่ชายของอาเมนโฮเทป ที่ 3  ที่ถูกอาเมนโฮเทป ที่ 3 สังหาร เพื่อเปิดทางให้ตัวเองที่มีอายุน้อยกว่า และไม่มีสิทธิ์ในการขึ้นครองราชตามกฎมณเฑียรบาลได้ครองบัลลังก์แทนพี่ชาย

               การอ้างสิทธิ์ หรือ ความชอบธรรมในการขึ้นครองราช ด้วยการนำเทพเจ้าอามุน รามาอ้างนั้น  เป็นสิ่งที่นิยมทำกันอย่างมากในอียิปต์ยุคฟาโรห์   อย่างน้อยที่สุดก็  พระนางฮัทเชปซุท อีกคนหนึ่ง

               พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .