ซอกซอนตะลอนไป (3 พฤษภาคม 2569)
เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน14)
โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ
การที่ฟาโรห์ตุตอังค์อะเตน ยอมเปลี่ยนชื่อของพระองค์มาเป็น ตุตอังค์อามุน และยอมเปลี่ยนชื่อของมเหสีของพระองค์จาก อังเคเซนพาเตน มาเป็น อังเคเซนามุน เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงการจำยอมในการประนีประนอม อ่อนข้อ ของพระองค์ต่อแรงกดดันรอบด้าน
การเปลี่ยนชื่อดังกล่าวแสดงนัยยะของการเปลี่ยนจุดยืนของศาสนาในการนับถือเทพอะเตน ในฐานะเทพเจ้าสูงสุดของอียิปต์ ที่ก่อตั้งโดยบิดาของพระองค์มาป็น เทพอามุน ซึ่งเป็นเทพเจ้าดั้งเดิมที่นับถือกันมายาวนาน ให้เป็นเทพเจ้าสูงสุดแทน

(รูปสลักของ ตุตอังค์อามุน กับ มเหสีอังเคเซนามุน-ภาพโดยผู้เขียน)
แม้ว่า ทั้งสองจะอภิเษกกันเพียงไม่เกิน 10 ปีเท่านั้น แต่ก็มีลูกด้วยกัน 2 องค์ แต่น่าเสียดายว่า ลูกทั้งสองเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในท้องคนหนึ่ง ขณะที่อีกคนหนึ่งเสียชีวิตขณะคลอด
ซึ่งเหตุการณ์น่าเศร้าของทั้งสองนี้ วิทยาศาสตร์สมัยใหม่มีคำตอบว่า สาเหตุน่าจะมาจากการแต่งงานของผู้ที่มีความใกล้ชิดทางสายเลือด หรือ พันธุกรรมที่ใกล้ชิดกันมาก จนทำให้พันธุกรรมที่อ่อนด้อย หรือ อ่อนแอ แสดงผลออกมาอย่างค่อนข้างชัดเจน
ส่วนหนึ่งเห็นได้จากกระดูกของ ตุตอังค์อะเตน ที่ผิดรูปผิดร่างไปเยอะมาก เช่น กระดูกเท้าเก และบิดตัวผิดปกติไป จนพระองค์ต้องใช้ไม้เท้าในการช่วยเดิน แม้ว่าจะมีอายุยังไม่ถึง 20 ปีเลยด้วยซ้ำ

(พระราชบัญญัติฟื้นฟู ของตุตอังค์อามุน – ภาพจากกูเกิ้ล)
ยิ่งไปกว่านั้น ตุตอังค์อะเตน ยังต้องออกพระราชบัญญัติที่เรียกว่า พระราชบัญญัติฟื้นฟู ซึ่งในเนื้อหาก็คือการฟื้นฟูศาสนาเก่าของอียิปต์โบราณ ที่นับถือเทพเจ้าจำนวนมาก หรือที่เรียกว่า “ศาสนาพหุเทวะนิยม” ให้กลับมามีผลบังคับอีกครั้ง
ในศิลาจารึกดังกล่าวระบุว่า พระราชบัญญัติถูกตราออกมาเพื่อยุติความยุ่งเหยิงวุ่นวาย และ แตกแยกภายในสังคมอียิปต์ และเพื่อที่จะฟื้นฟูความสมานฉันท์ของสังคมในอดีตให้กลับมาอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขอีกครั้ง
นั่นหมายความว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ จะยกเลิกศาสนาอะเตน ซึ่งเป็น ศาสนาเอกเทวะนิยม ที่ฟาโรห์อัคเคนนาเตน บิดาของ ตุตอังค์อะเตน เป็นผู้สถาปนาขึ้น
ถือเป็นการสิ้นสุดของศาสนาอะเตนอย่างเป็นทางการ
ในช่วงแรกของรัชสมัยของตุตอังค์อะเตน พระองค์เลือกที่จะประทับอยู่ที่เมือง อามาร์นา ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่บิดาของพระองค์เป็นคนสร้างขึ้น และมีเทพอะเตนเป็นเทพประจำเมือง ก่อนที่จะถูกแรงกดดันบีบคั้นทำให้ต้องย้ายเมืองหลวงกลับมาอยู่ที่เมืองธีบส์ หรือ เมืองลักซอร์ในปัจจุบันอีกครั้ง
เมืองธีบส์ เป็นเมืองหลวงที่มีเทพอามุนรา เป็นเทพประจำเมือง ที่สืบทอดกันมายาวนาน
โดยสรุปภาพรวมก็คือ อียิปต์ในยุคนั้นมีความแตกแยกสูงมาก ทั้งในแวดวงศาสนา นักบวช ขุนนาง และ ทหาร ซึ่งทำให้การทำสงครามในยุคของฟาโรหอัคเคนนาเตน ไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก
แม้กระทั่งจนเข้าสู่รัชสมัยของ ฟาโรห์อีก 2 พระองค์ต่อมา และจนถึงสมัยของฟาโรห์ตุตอังค์อะเตนด้วย
สำหรับท่านที่สนใจจะร่วมเดินทางเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืน ซึ่งจะเริ่มอีกครั้งในเดือนตุลาคม เป็นต้นไป รอติดตามข่าวคราวช่วงเวลาการเดินทาง และ ราคาได้ครับ หากสนใจสามารถสอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 ครับ
พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ




