อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน8)

ซอกซอนตะลอนไป                           (5 กรกฎาคม 2569)

อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน8)  

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

ตอนที่แล้ว  ผมได้พูดถึงนัยยะของความหมายของตัวเลขของยิวโบราณว่า 

เลข 40  ในพระคัมภีร์มีนัยยะถึง “ช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่าน  และนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่”   ดังนั้น  ที่ในคัมภีร์ไบเบิลระบุว่า   โมเสสนำชาวยิวเดินหลงทางระเหเร่ร่อนอยู่ในทะเลทรายอยู่นาน 40 ปี  หรือ ฝนตกหนัก 40 วัน 40 คืนจนน้ำท่วมโลกนั้น   อาจเป็นเพียงพรรณาโวหารเชิงเปรียบเทียบ

เหตุการณ์จริงอาจไม่ได้นานขนาดนั้น

ในขณะที่เลข 7 มีความหมายถึง  ความสมบูรณ์   ครบถ้วน 

ในเรื่องน้ำท่วมจะปรากฎเลข 7 อยู่หลายครั้ง  เช่น พระเจ้าสั่งให้โนอาห์เตรียมสัตว์สะอาด 7 คู่ขึ้นไปไว้บนเรือก่อนน้ำท่วมโลก , ในบทปฐมกาล ที่ระบุว่า วันที่ 7 พระเจ้าก็เสร็จงานของพระองค์  ในวันที่ 7  ก็ทรงพักการทำงาน ทำให้หนึ่งสัปดาห์มี 7 วัน เป็นต้น

แม้กระทั่งตอนที่โยเซฟทำนายฝันให้กับฟาโรห์ว่า  มีโคอ้วน 7 ตัวยืนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ แล้วมีโค 7 ตัวที่ซูบผอมจนน่าเกลียดตามขึ้นมาจากแม่น้ำ  แล้วก็กินโคอ้วนทั้ง 7 ตัวเสีย

และตอนที่พระเจ้าเรียกให้โมเสขึ้นไปบนภูเขาไซนายเพื่อรับจารึกบัญญัติสิบประการ เมื่อโมเสสขึ้นไปบนภูเขา เมฆปกคลุมภูเขาอยู่ 6 วัน  ครั้นวันที่ 7 พระเจ้าก็เรียกโมเสสจากหมู่เมฆ  และหลังจากนั้น  โมเสสก็อยู่บนภูเขานั้น 40 วัน 40 คืน 

ในวัฒนธรรมของชาติตะวันออกใกล้ หรือ ตะวันออกกลาง  รวมทั้ง  ภาคเหนือของอัฟริกา  เช่นอียิปต์ ก็มีวัฒนธรรมที่อิงกับตัวเลขดังกล่าวอยู่พอสมควร 


(แท่นวางเท้าของฟาโรห์ตุตอังค์อามุนเป็นรูปของศัตรูมีจำนวน 6 รูป-ภาพโดยผู้เขียน)

จำนวน 3 หรือ  เลข 3 ของอียิปต์โบราณเป็นตัวแทนความหมายของ “จำนวนมาก”    นอกจากนี้   จำนวนตัวเลขทบเท่าเพิ่มขึ้นของเลข 3 เช่น เลข 6 เลข 9 และอื่นๆ   ก็แสดงนัยยะถึงจำนวนที่มากเพิ่มขึ้นด้วย 

เพียงแต่ไม่สามารถระบุว่าเป็นจำนวนเท่าใดแน่นอน


(ตัวเลขของอียิปต์โบราณที่มีถึงหลักล้าน)

อียิปต์โบราณ   เขามีตัวเลขที่ระบุถึงจำนวนเอาไว้อย่าชัดเจน  ตั้งแต่หลักหน่วย  หลักสิบ  หลักร้อย  หลักหมื่น  จนกระทั่งหลักล้าน

ดังนั้น  เลข 3  จะมีความหมายเป็นนัยยะว่า  “มาก”  เท่านั้น   เทียบได้กับตัวเลข “พัน” และ ตัวเลขหลัก”หมื่น ของจีนโบราณ  ที่ใช้ในการถวายพระพรต่อองค์ฮ่องเต้ว่า  

ขอทรงพระเจริญ อายุพันปี หมื่นปี เหล่านี้เป็นต้น

หลังจากชาวยิวอพยพออกจากอียิปต์ไปแล้ว   ฟาโรห์เกิดเปลี่ยนใจ  ให้กองทัพออกไล่ตาม    

บทอพยพ 14/6  ฝ่ายฟาโรห์ก็จัดราชรถ และนำพลโยธาไปด้วย  ท่านเอารถรบอย่างดี 600 คัน กับรถรบทั้งหมดในอียิปต์มีทหารประจำอยู่ทุกคัน”   เพื่อไล่ล่าชาวยิว 

ในพระคัมภีร์ไม่ได้ระบุว่า  ทหารอียิปต์มีจำนวนเท่าใด  แต่ก็คาดว่า   น่าจะเป็นจำนวน หลายแสนขึ้นไป   ทหารอียิปต์ ซึ่งน่าจะต้องมีฟาโรห์ร่วมเดินทางไปด้วย  ตามมาทันกันที่ริมทะเลแดง 


(ทหารอียิปต์ถูกทะเลแดงกลืนเข้าไปทั้งกองทัพ – ภาพโดย FREDERICK ARTHUR BRIDGMAN- ภาพจากวิกิพีเดีย) 

เมื่อจวนตัว  พระเจ้าก็สั่งให้โมเสสแสดงอภินิหาร

บทอพยพ 14/21  “โมเสสยื่นมือของท่านออกไปเหนือทะเล และพระเจ้าก็ทรงบันดาลให้ลมทิศตะวันออกพัดโหมไล่น้ำทะเลตลอดคืน  ทำให้ทะเลกลายเป็นดินแห้ง  น้ำแยกออกจากกัน”

เมื่อชาวยิวเดินข้ามทะเลไปจนหมด  กองทัพอียิปต์ก็ไล่ตามเข้าไปกลางทะเล   พระเจ้าจึงให้โมเสสแสดงอภินิหารอีกครั้ง ด้วยการให้น้ำทะเลไหลกลับคืนมาท่วมคนอียิปต์  ทั้งรถรบและพลม้าของเขา ไม่เหลือสักคนเดียว

ตอนหน้าผมจะมาคุยเรื่องความเลื่อนลอยของบันทึกของพระคัมภีร์นี้

สำหรับท่านที่สนใจจะร่วมเดินทางเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืน ที่ผมจะเป็นผู้บรรยายชม    ซึ่งจะเริ่มอีกครั้งในเดือนตุลาคม เป็นต้นไป  รอติดตามข่าวคราวช่วงเวลาการเดินทาง และ ราคาได้ครับ   หากสนใจสามารถสอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 ครับ

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .