อินเดียเรียกคืนความเป็นอินเดีย (ตอน3)

ซอกซอนตะลอนไป                           (25 ตุลาคม 2569)

อินเดียเรียกคืนความเป็นอินเดีย (ตอน3)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

ผมขอนำท่านผู้อ่านมาสู่รัฐเบงกอลตะวันตก  ซึ่งเป็นรัฐที่มีพรมแดนติดกับบังคลาเทศ หรือ  ประเทศปากีสถานตะวันออกในอดีต

เมืองหลวงของรัฐเบงกอลตะวันตกในปัจจุบันนี้ก็คือ เมืองกอลกัตตา ซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอินเดียภายใต้การปกครองของอังกฤษมาตั้งแต่ปี 1772  โดยย้ายมาจากเมือง มูชิดาบาด  มีผู้ว่าการคนแรกก็คือ วอร์เรน เฮสติงส์  เรื่อยมาจนเมืองหลวงของอินเดียถูกย้ายไปอยู่ที่เดลี ในปี 1911


(แผนที่อินเดีย กัลกัตตา(สมัยนั้น)ลูกศรสีแดง และ เดลี ลูกศรสีเหลือง)

จนถึงในช่วงกำลังจะประกาศอิสรภาพ และ แบ่งประเทศอินเดียออกเป็น 2 ประเทศตามความต้องการของอังกฤษ ฝ่ายมุสลิมที่ต้องการจะแยกประเทศออกไปเป็นปากีสถาน เริ่มก่อความรุนแรง  ก่อจลาจล  การสังหารหมู่ และการฆ่าข่มขืน ในพื้นที่เชื่อมต่อกับอินเดียทั้งทางภาคตะวันตก คือ แคชเมียร  และ ภาคตะวันออกก็คือ รัฐเบงกอล


(การจลาจลประมาณ 4 วัน ในเมืองกัลกัตตาของอินเดีย ที่เรียกว่า วันปฎิบัติการตรง-ภาพจากวิกิพีเดีย)

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  วันที่ 16 สิงหาคมปี 1946  ความรุนแรงก็ระเบิดขึ้นในกัลกัตตา ตามการวางแผนของกลุ่มมุสลิม ลีก  ที่เรียกชื่อวันนั้นว่า วันปฎิบัติการตรง  (DIRECT  ACTION DAY)  

ผลของการจลาจลครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4,000 คน และคนกว่า 100,000 คนตกอยู่ในสภาพไร้ที่อยู่


(ฮูเซน ชาฮีด ซูห์ราวาร์ดี – ภาพจากวิกิพีเดีย)

ขณะนั้น  มุขมนตรีแห่งรัฐเบงกอลคือ ฮูเซน ชาฮีด ซูห์ราวาร์ดี (HUSEYN SHAHEED SUHRAWARDY) ซึ่งเป็นมุสลิม  เขาวางแผนปลุกระดมชาวมุสลิมให้ออกมาก่อความวุ่นวาย  จนกระทั่งกลายเป็นจลาจลร้ายแรงในวันที่ 16 สิงหาคม ปี 1946

ขณะเกิดการฆ่าฟันกัน  ซูห์ราวาร์ดี ไม่แม้แต่จะสั่งการให้ตำรวจออกมาปกป้องประชาชนจากความรุนแรงแต่อย่างใด  เขานั่งนิ่งๆเพื่อดูเมืองกัลกัตตา ลุกเป็นไฟด้วยความสะใจ

พวกคนที่สนับสนุนแนวทางของมุสลิม ลีก ได้ออกมาปล้นร้านค้า  เผา  สังหารผู้คนและแม้กระทั่งข่มขืนผู้หญิง  ปะทะกับผู้คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ที่ต้องหนีตายกันสุดชีวิต  

ชาวบ้านธรรมดาชาวฮินดูกลุ่มหนึ่งที่มีเพียง  ไม้ตะบอง  มีด  ต้องออกมารวมตัวกันเพื่อปกป้องครอบครัว และเพื่อนบ้านของตัวเอง  และสามารถช่วยชีวิตของทั้งชาวฮินดู และ  ชาวมุสลิมจำนวนหนึ่งเอาไว้ได้


(โกปาล มุคเฮอร์จี – ภาพจาก NDTV)

หนึ่งในผู้กล้าที่ยอมเสี่ยงชีวิตออกมาช่วยเหลือเพื่อนบ้านของเขาก็คือ  โกปาล  มุคเฮอร์จี(GOPAL MUKHERJEE) คนขายเนื้อธรรมดาๆคนหนึ่ง

เรื่องของ โกปาล มุคเฮอร์จี เงียบหายไปหลังจากการจลาจลครั้งนั้นสงบลง   อาจมีเพียงไม่กี่คนที่ยังจำชื่อของเขาและวีรกรรมอันกล้าหาญของเขาได้

ในกัลกัตตา มีถนนสายหนึ่งในย่าน PARK CIRCUS มีชื่อว่า ถนนสาย ซูห์ราวาร์ดี ที่ตั้งชื่อนี้มาตั้งแต่ปี 1933 ตามชื่อของมุขมนตรี ในตอนที่เขาเป็นผู้นำกลุ่มมุสลิม ลีกของเบงกอล

หลังจากอินเดียแยกประเทศแล้ว  นาย ฮูเซน ชาฮีด ซูห์ราวาร์ดี ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของปากีสถานตะวันออกระหว่างปี 1956-1957  นัยว่า  เป็นการตอบแทนในสิ่งที่เขาได้ทำในช่วง วันปฎิบัติการตรง  

หลังจาก  พรรค BJP ได้รับชัยชนะในรัฐเบงกอลตะวันตก  มุขมนตรีแห่งรัฐก็ได้เปลี่ยนชื่อถนนสายนี้ให้เป็น ถนนโกปาล มุคเฮอร์จี เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2026 นี้เอง  เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ โกปาล และเพื่อเรียกคืนความเป็นอินเดียกลับคืนมา

สนใจร่วมเดินทางเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืน ซึ่งผมจะเป็นผู้บรรยายชม เหลือเพียงกรุ๊ปเดือนมีนาคม 2570 เพียงกรุ๊ปเดียวเท่านั้น  สามารถสอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 

พบกันใหม่สัปดาห์หน้า

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .