เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน8)

ซอกซอนตะลอนไป                           (22 มีนาคม 2569)

เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน8)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

หลังการสิ้นพระชนม์ของฟาโรห์ อัคเคนนาเตน หรือ อาเมนโฮเทป ที่ 4 ผู้อื้อฉาว   ผลกระทบในเรื่องความมั่นคงยังไม่จบเพียงแค่นั้น

เนื่องจากไม่มีบันทึกอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร  จึงไม่อาจยืนยันสถานการณ์ได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นอย่างไร  แต่จากหลักฐานที่เป็นวัตถุโบราณที่จัดแสดงอยู่ในพิพิทภัณฑ์ไคโร  หรือ พิพิทภัณฑ์เก่าของไคโร เราสามารถคาดเดาเหตุการณ์ในวันนั้นให้เป็นภาพได้พอสมควร


(ห้องพิเศษที่มีขนาดไม่ใหญ๋มาก ถูกจัดเป็นส่วนเฉพาะของฟาโรห์อัคเคนนาเตน-ภาพโดยผู้เขียน)

ในห้องจัดแสดงห้องพิเศษห้องหนึ่งที่อุทิศให้แก่อัคเคนนาเตนโดยเฉพาะ  มีทั้งรูปสลักที่เป็นหินหลายรูปแสดงอยู่  และ ที่เด่นก็คือ  โลงศพของอัคเคนนาเตน เป็นรูปร่างมนุษย์ทำด้วยไม้ เคลือบด้วยแผ่นทองคำบางส่วน และ ประดับด้วยอัญมณีหลากชนิดจำนวนมาก

รวมทั้งโลงศพของฟาโรห์อัคเคนนาเตน  ที่มีสองชิ้นคือ ส่วนของโลงศพที่บรรจุมัมมี  และอีกส่วนก็คือ  ฝาโลงที่ใช้ครอบโลงศพ

ทั้งสองชิ้นทำด้วยไม้


(โลงศพที่บูรณะขึ้นมาจากโครงโลหะที่อยู่รอบนอกเป็นตัวต้นแบบ-ภาพโดยผู้เขียน)

น่าเสียดายว่า   โลงศพส่วนที่บรรจุมัมมี่คงจะผุพังย่อยสลายจนหายไปหมด   จะเหลือก็แต่เพียงโครงสร้างที่ประดับเปลือกด้านนอกโลงที่ทำด้วยโลหะที่ยังคงสภาพเดิมอยู่  ซึ่งโค้งมนตามรูปของโลงศพที่โลหะดังกล่าวเคยเกาะติดอยู่  

นักโบราณคดีจึงเอาโครงโลหะที่ประดับภายนอก  เอามาขึ้นรูปใหม่ด้วยพลาสติคใสจนสามารถจินตนาการเห็นภาพโลงศพดั้งเดิมได้  เป็นบูรณะวัตถุโบราณที่น่าทึ่งมากชิ้นหนึ่งครับ

ที่วางแสดงอยู่ข้างๆก็คือ  ส่วนที่เป็นฝาโลงศพ ที่ยังคงรักษาสภาพไม้เอาไว้ได้ดีพอสมควร  รวมทั้งแผ่นทองคำและอัญมณีหลายชนิดที่ประดับอยู่   มีที่เสียหายไปเป็นบางส่วน  คือ  ส่วนทองคำที่ปิดใบหน้า  และ ส่วนที่เป็น “คาทูช” พระนามของฟาโรห์อัคเคนนาเตน   


(คาทูช พระนามของฟาโรห์ รามเซส ที่ 4 – ภาพโดยผู้เขียน)

คาทูช (CARTOUCHE) ก็หมายถึง  วงรีที่มีด้านหนึ่งเป็นเส้นตรงปิดอยู่  ทำให้มีลักษณะคล้ายลูกปืน จึงเรียกว่า คาทูช ตามภาษาฝรั่งเศสที่ใช้เรียก กระสุนปืน  ในสมัยอียิปต์โบราณจะใช้สำหรับใส่ประนามของฟาโรห์ เท่านั้น

ความเสียหายทั้งสองส่วน คือ ใบหน้า และ คาทูช นั้น  นักโบราณคดีอียิปต์เชื่อว่า   เป็นความตั้งใจที่จะทำลายโดยผู้ที่มีความรู้สึกเคียดแค้นอย่างเต็มที่ต่ออัคเคนนาเตน 

แต่ทำไมต้องทำลายเฉพาะสองส่วนนี้

ตามความเชื่อของอียิปต์โบราณ   ความหวังสูงสุดของฟาโรห์หลังจากตัวเองได้ตายไปแล้วก็คือ  การได้เดินทางไปพบ และ อาศัยอยู่กับเทพเจ้าโอไซริส  ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโลกหน้า  เป็นการดำรงอยู่ที่เป็นนิรันดร์

แต่การเดินทางไปพบกับเทพโอไซริสได้นั้น  ผู้ตายจะต้องใช้ร่างกายของตัวเอง ซึ่งก็คือ  มัมมี่ เป็นพาหนะในการเดินทางไปภพหน้า  

แต่มัมมี่จะเดินทางไปเพียงลำพังไม่ได้  จะต้องมีวิญญาณของผู้ตายซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่า มัมมี่ เป็นร่างของใครร่วมเดินทางไปด้วย 

ผมว่า  ผมชักจะเหมือนหมอผีอียิปต์เข้าไปทุกทีแล้ว

สัปดาห์หน้าจะพูดถึงวิธีการทำลายศัตรูแบบไม่ให้ไปผุดไปเกิดของชาวอียิปต์โบราณครับ  

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .