เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน12)

ซอกซอนตะลอนไป                           (19 เมษายน 2569)

เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน12)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

วิเคราะห์จากข้อมูลที่ได้รับการยอมรับ   ฟาโรห์อัคเคนนาเตน ผู้เป็นบิดาของ ตุตอังห์อะเมน น่าจะสิ้นพระชนม์ในขณะที่ตุตอังห์อะเตน มีอายุประมาณ 4-5 ขวบเท่านั้น

เมื่อบิดาของ ตุตอังห์อะเตนสิ้นพระชนม์ มีฟาโรห์อีก 2 พระองค์ขึ้นครองราชต่อในช่วงเวลาเกือบ 4 ปี  หลังจากนั้น   ตุตอังห์อะเตนก็ได้ขึ้นครองราชต่อในขณะอายุประมาณ 8-9 ขวบเท่านั้น


(ภาพบนพนักพิงหลังของบัลลังก์ของตุตอังห์อะเตน อังเคเซนพาเทน กำลังชะโลมของเหลวลงไปบนไหล่ของ อุตอังห์อะเตน)

หลังจากขึ้นครองราชแล้ว  พระองค์ก็ได้อภิเษกกับ เจ้าหญิงอังห์เคเซนพาเทน  ซึ่งมีอายุมากกว่าประมาณ 7 ปี   ทั้งคู่มีพ่อคนเดียวกัน คือ ฟาโรห์อาเมนโฮเทป ที่ 4 หรือ อัคเคนนาเตน

ยังไม่เป็นที่สรุปว่า  มารดาของ ตุตอังค์หะเตน คือใครกันแน่  ระหว่าง  พระนางเนเฟอร์ตีติ มเหสีเอกของ อัคเคนนาเตน หรือ  เบเคตาเตน (BEKETATEN) ซึ่งเป็นธิดาของ อาเมนโฮเทฟ ที่ 3 ผู้เป็นบิดาของอัคเคนนาเตน หรือ  เจ้าหญิงเมอริตาเตน (MERITATEN) หรือ เจ้าหญิง เมเคตาเตน(MEKETATEN)

ทั้งสองก็คือ พระธิดาของฟาโรห์อัคเคนนาเตน นั่นเอง

อย่าเพิ่งตกใจนะครับ ที่ฟาโรห์อัคเคนนาเตน แต่งงานกับลูกสาวของตัวเอง และมีลูกด้วยกัน  เพราะนี่คือเรื่องธรรมดาสามัญที่เกิดขึ้นในราชสำนักของอียิปต์โบราณจวบจนกระทั่งในสมัยราชวงศ์ปโตเลมี 

จึงถือว่า  ประวัติความเป็นมาของฟาโรห์ตุตอังค์อะเตน ค่อนข้างจะคลุมเครือมาก


(ภาพสลักของพระนางเนเฟอร์ตีติ – ภาพจากวิกิพีเดีย)

เมื่อพูดถึงอังห์เคเซนพาเทน   นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ค่อนข้างมั่นใจว่า   พระนางเป็นธิดาของ ฟาโรห์อัคเคนนาเตน ที่เกิดจาก พระนางเนเฟอร์ตีติ

ดังนั้น  เมื่อพิจารณาจากความเชื่อมโยงทางสายเลือดแล้ว  ตุตอังค์หอะเตน กับ อังห์เคเซนพาเทน ก็ถือว่ามีฐานะเป็นพี่น้องต่างมารดากัน

ทันทีที่ขึ้นครองราช  ฟาโรห์ตุตอังค์อะเตน ก็ต้องพบกับความกดดันจากหลายฝ่าย  เป็นเรื่องที่ลำพังเด็กอายุ 8-9 ขวบยากที่จะรับมือได้ 

ที่พอจะอาศัยได้ก็คือ  นายกรัฐมนตรีซึ่งมี 2 คน คือ นายกรัฐมนตรีแห่ง อียิปต์บน ผู้มีนามว่า อูเซอร์มอนตู (USERMONTU) และ เพนต์จู (PENTJU) ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งอียิปต์ล่าง  มาช่วยแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบออกไปได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยคุกคามจากต่างประเทศ  หรืออื่นๆ

แต่ดูเหมือนว่า  ปัญหาที่ดูท่าว่าจะร้ายแรงที่สุดที่ฟาโรห์อัคเคนนาเตน ได้ทิ้งเอาไว้ก็คือ


(ฟาโรห์อัคเคนนาเตน ภาพโดยผู้เขียน)

ศาสนาใหม่ที่อัคเคนนาเตนได้สถาปนาขึ้นมา  และ สร้างความสั่นสะเทือนไปทุกองคาพยพในแผ่นดินอียิปต์   เมื่อบิดาของตุตอังค์อะเตนสิ้นพระชนม์  ก็เป็นภาระที่ยิ่งใหญ่ที่พระองค์จะต้องจัดการต่อในทันที

ตามที่ผมได้เล่าไปในตอนก่อนหน้านี้   ศาสนาอียิปต์โบราณดั่งเดิมประกอบไปด้วยเทพเจ้าจำนวนมาก  โดยมีเทพราเป็นเทพเจ้าหลัก  หรือ เป็นเทพเจ้าสูงสุดของเทพเจ้าทั้งปวง    

แต่มิได้หมายความว่า   เทพเจ้าองค์อื่นๆจะไม่มีบทบาท หรือ ความสำคัญใดๆ ในสังคมอียิปต์  เพราะเทพเจ้าหลายๆองค์ก็มีวิหารเป็นของตัวเอง  มีหัวหน้านักบวชของตัวเองเป็นผู้ดูแล  และ มีประชาชนจำนวนมากที่เคารพนับถืออย่างศรัทธาแรงกล้า

การประกาศศาสนาใหม่ที่นับถือเพียงเทพอะเตนเพียงองค์เดียว ของฟาโรห์อัคเคนนาเตน จึงเหมือนการทิ้งมรดกบาปเอาไว้ให้แก่ลูกของตัวเอง

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .