เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน9)

ซอกซอนตะลอนไป                           (29 มีนาคม 2569)

เทพเจ้าสร้างฟาโรห์หรือฟาโรห์สร้างเทพเจ้า(ตอน9)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องวิธีการล้างแค้นแบบไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดของฟาโรห์องค์หลังที่กระทำต่อฟาโรห์องค์ก่อน   ต้องเข้าใจแนวคิดในเรื่องชีวิตหลังความตายของอียิปต์โบราณเสียก่อน

ชาวอียิปต์โบราณเชื่อกันว่า  ชีวิตในโลกปัจจุบันนั้นไม่ยั่งยืน  โดยเฉพาะฟาโรห์ ซึ่งเชื่อกันว่า  ฟาโรห์ถูกส่งลงมาสู่โลกนี้ด้วยประสงค์ของเทพเจ้า เพื่อให้มาสร้างประโยชน์แก่แผ่นดินอียิปต์จนกว่าจะตาย 

หลังจากนั้นก็จะต้องเดินทางกลับไปหาเทพเจ้าเพื่อรายงานผลงานที่ได้กระทำในโลกมนุษย์

วิธีการเดินทางไปพบเทพเจ้าในปรโลก  หรือ  โลกหน้า นั้น  มีรายละเอียด และ ขั้นตอนมากมาย  ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้  น่าจะบัญญัติขึ้นโดยบรรดานักบวชระดับสูงของศาสนาอียิปต์โบราณ  

เริ่มตั้งแต่การต้องรักษาร่างกายของผู้ตายเอาไว้  เพื่อใช้เป็นพาหนะในการเดินทางไปสู่โลกหน้า  วิธีการในการรักษาร่างกายก็คือ การทำมัมมี่  เพื่อไม่ให้ร่างกายเน่าเปื่อยผุพัง และ ย่อยสลายลงไปในดิน 

มัมมี่ก็คือ  ตัวตนที่ระบุถึงการการเป็นบุคคลนั้นๆ  เช่น  เป็นฟาโรห์อัคเคนนาเตน เป็นต้น


(วิญญาณของผู้ตายจะปรากฎอยู่ในรูปของนก ที่มีใบหน้าเป็นของผู้ตาย-ภาพจากวิกิพีเดีย)

ในตัวของมัมมี่  จะมีวิญญาณของผู้ตายอยู่ 2 ชนิดด้วยกัน  คือ วิญญาณที่จะสิงสถิตอยู่กับร่างมัมมี่  เพื่อบอกถึงตัวตนของคนๆนั้น  และ  วิญญาณอีกชนิดหนึ่ง  จะเป็นวิญญาณที่สามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้ด้วยปีกของมัน   ทั้งนี้เพื่อว่าวิญญาณจะสามารถโบยบินไปหากินได้  เพื่อประทังร่างกายของมัมมี่ให้คงสถานะอยู่ได้

เพราะหากปราศจากอาหารแล้ว   มัมมี่ก็ไม่อาจจะดำรงอยู่ได้ 

คิดเหมือนมนุษย์ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เลยทีเดียว

วิญญาณทั้งสองชนิดจะรู้จัก และ จดจำมัมมี่ของตัวเองได้จาก “ตัวมัมมี่”   และ  จากตัวหนังสือเฮียโรกลิฟ ที่จารึกเอาไว้บนโลงศพ หรือ บนผ้าห่อมัมมี่

ปราศจากตัวหนังสือเฮียโรกลิฟแล้ว  วิญญาณก็จะเป็นเหมือน สัมภเวสี หรือ วิญญาณเร่ร่อนที่ไม่อาจหาที่เกิดได้  หรือ  ผู้ตายจะไม่สามารถเดินทางไปพบกับเทพเจ้าโอไซริส ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโลกหน้าได้

ซึ่งเป็นสุดยอดปรารถนาของชาวอียิปต์โบราณหลังจากเสียชีวิตไปแล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นกับโลงศพของฟาโรห์ อาเมนโฮเทป ที่ 4 หรือ ฟาโรห์อัคเคนนาเตน เมื่อประมาณ 3300 กว่าปีเศษที่แล้วนั้น   ช่างน่าสยอดสยองอย่างยิ่ง

สะท้อนให้เห็นว่า   ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ที่มีอำนาจต่อจาก ฟาโรห์อัคเคนนาเตน ได้กระทำการที่ชาวอียิปต์โบราณถือว่า  โหดเหี้ยมที่สุด


(โลงศพของอัคเคนนาเตน ใบหน้าที่หุ้มด้วยแผ่นทองถูกทำลาย-ภาพโดยผู้เขียน)

ด้วยการแกะหน้ากากของอัคเคนนาเตน ที่อยู่บนฝาโลงศพออกไป   แค่นั้นยังไม่พอ   ยังได้แกะพระนามของ อัคเคนนาเตน ที่อยู่ตรงประมาณหน้าอกของส่วนโลงศพออกไปด้วย 

การทำลายทั้งสองส่วน   เห็นได้อย่างชัดเจนว่าจงใจจะทำลายด้วยเป้าประสงค์ที่จะให้ฟาโรห์อัคเคนนาเตน หมดโอกาสที่จะไปพบกับเทพโอไซริสในภพหน้า 

ยังไม่รวมกับส่วนของโลงศพที่เสียหายไป  ซึ่งไม่มีข้อมูลระบุว่า  เสียหายไปด้วยเหตุของการผุพังตามธรรมชาติ  หรือ  การจงใจทำลาย


(ตุตันคาเมน ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการค้นพบสุสาน ที่มีหน้ากากทองคำอยู่ด้วย-ภาพโดยผู้เขียน) 

เรื่องยังไม่จบแค่นั้น   ผลกระทบยังต่อเนื่องมาจนถึงโอรสของอัคเคนนาเตนด้วย  ซึ่งผมจะได้เล่าให้ฟังในตอนต่อๆไปครับ

สวัสดีครับ

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .