อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน12)

ซอกซอนตะลอนไป                           (2 สิงหาคม 2569)

อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน12)  

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

คำถามสำคัญที่ยังไม่อาจหาคำตอบได้ก็คือ  ใครคือฟาโรห์ในช่วง “อพยพ” ของโมเสสกันแน่  เนื่องจากในคัมภีร์ไบเบิลไม่ได้ระบุชื่อของฟาโรห์เลยแม้แต่ครั้งเดียว  ทั้งในยุคของ โยเซฟ  และยุค โมเสส 

ชื่อของฟาโรห์ในยุคอพยพ ที่ถูกระบุในภาพยนต์เรื่อง “บัญญัติสิบประการ”ของซีซิล บี เดอมิล ก็คือ ฟาโรห์รามเซส ที่ 2 ที่รับบทโดย ยูล บรินเนอร์

แต่มีโอกาสเป็นไปได้แค่ไหนที่จะเป็น รามเสส ที่ 2


(ยูล บรินเนอร์ (นั่ง) สวมบทฟาโรห์รามเซส ที่2)

เพราะหากสรุปความตามไบเบิล  ฉบับ อพยพ 27   หลังจากโมเสสบันดาลให้ทะเลปิด  น้ำก็ท่วมพลรถและพลม้า  คือพลโยธาทั้งหมดของฟาโรห์ซึ่งไล่ตามเขาเข้าไปในทะเล  ไม่เหลือรอดสักคนเดียว  รวมทั้งฟาโรห์ด้วย 

ใครกันแน่  คือฟาโรห์องค์นี้

หากมีเหตุการณ์เปิดทะเลแดงจริง  และ  ฟาโรห์ของอียิปต์สิ้นพระชนม์จากการจมน้ำทะเลจริง  ศพของฟาโรห์ที่สันนิษฐานว่าจะเป็นฟาโรห์ในยุค “อพยพ”  ก็ไม่น่าจะมีมัมมี หรือ ศพเหลือมาจนทุกวันนี้

แต่ในบรรดาฟาโรห์ที่ถูกคาดเดาว่า  อาจจะเป็นฟาโรห์ในยุค “อพยพ” ไม่ว่าจะเป็น  รามเสส ที่ 2 , ทุธโมเสส ที่ 3 ,  เซติที่ 1  หรือ  ฟาโรห์เมอเรนปทาห์ ผู้เป็นโอรสของรามเสสที่ 2  ต่างก็ยังมีมัมมี่ หรือ ศพ เหลือให้ชมมาจนถึงทุกวันนี้ 


(ภาพเขียนแสดงจินตนาการกองทัพอียิปต์ถูกน้ำท่วมจนตายหมด รวมถึงฟาโรห์ด้วย)

นักวิชาการบางคนให้ความเห็นว่า  ฟาโรห์ในยุค “อพยพ” น่าจะเป็นเมอเรนปทาห์  ด้วยหลักฐานศิลาจารึกของพระองค์ที่ระบุชื่อ “อิสราเอล” เป็นครั้งแรกว่า  พระองค์ต้องการจะทำลายชาวอิสราเอลล้างให้หมดไป

เป็นหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่า  พระองค์น่าจะมีความแค้นเคือง หรือ โกรธแค้น ต่อเผ่าพันธุ์ชาวยิวเป็นอย่างมาก  

หากฟาโรห์องค์ใดองค์หนึ่งใน 4 องค์นี้จมน้ำตายที่ทะเลแดงในขณะที่ไล่ตามโมเสสแล้ว   มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะนำร่างมาทำมัมมี่ในเวลาที่รวดเร็วทันการได้ในแบบที่เราเห็นในพิพิทภัณฑ์ CIVILIZATION MUSEUM ได้เลย 

เพราะหลักการของการทำมัมมี่ก็คือ  ทันทีที่ฟาโรห์สิ้นพระชนม์  ศพจะต้องรีบนำไปเข้าสู่ขั้นตอนการทำมัมมี่โดยทันที   เพราะไม่เช่นนั้น  ศพจะเน่าเสียก่อน  โดยเฉพาะหากฟาโรห์สิ้นพระชนม์ในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนมากๆ

เพราะระยะทางจากทะเลแดงไปยังเมืองธีบส์ หรือ ลักซอร์ มันค่อนข้างไกลมาก

ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ   หากไม่ได้ทำมัมมี่ในทันทีที่สิ้นพระชนม์   แขนทั้งสองข้างจะไม่สามารถพับงอเข้าหาหน้าอกเพื่อให้ทาบทับกันในท่าของมัมมี่ได้   เพราะกล้ามเนื้อจะแข็งเกินไป

ปัจจุบัน  มัมมี่ ทั้ง 4 ของฟาโรห์ที่ผมพูดถึง ถูกจัดแสดงในพิพิทภัณฑ์ CIVILIZATION MUSEUM

หลักฐานของฝ่ายที่ไม่เชื่อว่า  มีการ “อพยพ” ของชาวยิวจริงก็คือ

นักโบราณคดีไม่สามารถค้นพบหลักฐานทางวัตถุ ที่ยืนยันการที่คนจำนวนล้านคนเดินเร่ร่อน  และตั้งถิ่นฐานที่พักในทะเลทราบในแหลมไซนายได้เลย

คนระดับล้านคนตั้งแคมป์ หรือ พักค้างแรมในทะเลทรายเป็นเวลา 40 ปี   น่าจะต้องมีทรากสิ่งก่อสร้างไม่ว่าจะเป็น  คอกม้า คอกอูฐ คอกวัว  และ  รากฐานสิ่งก่อสร้างสำหรับคนเป็นล้านหลงเหลือให้เห็นบ้าง

พบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ

สนใจร่วมเดินทางเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืน ซึ่งผมจะเป็นผู้บรรยายชม ที่จะเริ่มอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2569 ถึงเดือนมีนาคม2570  สามารถสอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 ครับ

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .