โรงพยาบาลเอกชนไทย ขุมทองของเจ้าของไร้เมตตา (ตอน1)

ซอกซอนตะลอนไป                           (3 กันยายน 2560)

โรงพยาบาลเอกชนไทย ขุมทองของเจ้าของไร้เมตตา (ตอน1)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

               สัปดาห์นี้  ขอนำท่านผู้อ่าน มาซอกซอนตะลอนไป ยังโรงพยาบาลเอกชนของประเทศไทย  เพื่อดูว่า คนไทยถูก โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเหล่านี้ เอาเปรียบขนาดไหน   

               ผมจะขอรวบรวมเอาประสบการณ์ของหลายๆท่านมาเล่าให้ฟัง  เพื่อว่าจะได้ไม่เสียรู้ และเผื่อว่ารัฐบาลจะหาทางจัดการกับการเอาเปรียบเหล่านี้ได้อย่างไร

               ผมจะพูดถึงโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งที่ใครๆก็รู้จัก   

               เนื่องจากโรงพยาบาลเอกชนมักจะสร้างภาพพจน์ของตัวเองให้ดูดี   จึงสามารถเรียกค่าห้องพักได้ในราคาที่แพงมากๆ  เพราะผู้ป่วยและญาติต้องการความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใหญ่ หรือญาติพี่น้องของตัวเอง   


(วิหารคอมออมโบ อายุประมาณ 2 พันปีเล็กน้อย ซึ่งเชื่อกันว่า  อาจจะเป็นโรงพยาบาลในยุคอียิปต์โบราณ)

               จะว่าไป  ราคาห้องพักที่แพงๆ ไม่ได้เป็นการยืนยันว่า  การรักษาของแพทย์และพยาบาล จะดีเทียบเท่ากับค่าห้องที่แพงนี้เลย

               ทันทีที่เข้าพักในโรงพยาบาลเอกชนแห่งที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นี้   เจ้าหน้าที่จะเอา รายการ และ ราคา ของห้องพักผู้ป่วยมาให้ญาติได้เลือก  ในกรณีนี้  เขาเลือกเอาห้องพักที่มีราคาถูกที่สุดที่โรงพยาบาลเรียกว่า  ห้อง STANDARD NORMAL ในราคาคืนละ  9200 บาท

               เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลจะให้ญาติของผู้ป่วยเซ็นชื่อรับทราบว่า   ค่าห้องพักอยู่ที่ราคา 9200 บาท   เพื่อเป็นการผูกมัดว่าญาติของผู้ป่วยทราบราคาตั้งแต่ต้น จะได้ไม่สามารถบิดพลิ้วในภายหลัง  

               ราคาห้องพักห้องธรรมดาๆของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ถือว่า แพงเอามากๆราวกับจะขูดเลือดขูดเนื้อไปกิน   ราคาแพงกว่าโรงแรม 5 ดาวอย่างเช่น โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ที่อยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพด้วยซ้ำ 


(ราคาห้องพักของโรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ ที่เช็คผ่าน เว็บไซต์ของ AGODA เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ระบุราคา 6460 บาท รวมอาหารเช้า 2 ท่าน)

               ผมเช็คเข้าไปในเว็บไซต์ AGODA ในวันที่ 1 กันยายน 2560  เขาระบุราคาโรงแรมนี้เพียง คืนละ 6460 บาท รวมอาหารเช้าสำหรับสองคนด้วย  

               ราคาแพงสุดโหดยังไม่เท่าไหร่   ที่เฮฮามากกว่านั้นเกิดขึ้นตอนที่ต้องรีบเช็คเอาท์จากโรงพยาบาล  เพราะทนสู้ราคาไม่ไหว  เพราะโรงพยาบาลไม่ทำอะไรเลย  เสมือนหนึ่งจะเลี้ยงไข้ 

               ราคาห้องพักที่แจ้งให้ญาติผู้ป่วยทราบว่า คืนละ 9200 บาทนั้น   โรงพยาบาลจำแนกออกเป็นดังนี้คือ   ค่าห้องพัก (ห้องพักอย่างเดียวจริงๆ มีเตียงคนไข้และโซฟาเท่านั้น) ซึ่งโรงพยาบาลจะระบุว่าเป็น  “ค่าห้อง ค่าเตียง และ อุปกรณ์มาตรฐานประจำห้องผู้ป่วยใน”  คืนละ 3700 บาท 

               ที่ต้องบอกว่าห้องพักอย่างเดียวจริงๆก็เพราะว่า  โรงพยาบาลมีรายการเรียกเก็บ “ค่าบริการทางการแพทย์อื่นๆ”  อีกคืนละ 1600 บาท  

               เมื่อสอบถามจากเจ้าหน้าที่การเงินว่าเป็นค่าอะไร  ก็ได้รับคำตอบที่แสนจะปวดกระดองใจว่า   คือ “ค่าอุปกรณ์ในห้องน้ำ”

               ก็เลยเพิ่งถึงบางอ้อว่า  โถขี้ โถเยี่ยว และ อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ   โรงพยาบาลจัดให้อยู่ในประเภท  “การบริการทางการแพทย์อื่นๆ” 

               คราวต่อไปเวลาจะไปห้องน้ำ  จะได้เรียกชื่อได้ถูกว่า  จะไปใช้บริการทางการแพทย์   ฮาๆๆ

               และก็เพิ่งจะถึงบางอ้ออีกว่า  ค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาลเรียกว่า  “ค่าห้อง ค่าเตียง และ อุปกรณ์มาตรฐานประจำห้องผู้ป่วยใน” นั้น   ไม่รวมโถขี้ โถเยี่ยว และ อ่างล้างหน้า

               และยังรายการค่าใช้จ่ายที่มาคู่กันกับค่าใช้โถขี้โถเยี่ยวอีกรายการหนึ่งก็คือ  “ค่าบริการชุดเหมาจ่าย”  ซึ่งเจ้าหน้าที่อธิบายว่า  เป็นค่าแล็บ อีก  2300 บาท  ทั้งๆที่ ยังมีค่า “ ค่าเวชภัณฑ์ 1 วัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์” อีก  10428 บาท และ  “ค่าเวชภัณฑ์ 2 กายอุปกรณ์” อีก 502 บาท  สำหรับการพัก 5 คืน 


(รายละเอียดของใบเสร็จรับเงิน)

               นอกจากนี้  ยังมีค่าที่โรงพยาบาลเรียกว่า  ค่าอุปกรณ์ของใช้และเครื่องมือที่ใช้นอกห้องผ่าตัด  ซึ่งหมายถึง อุปกรณ์ต่างๆในห้องพักผู้ป่วย   ไม่ว่าจะเป็นสายกดสัญญาณเรียกพยาบาล   ท่ออ็อกซิเจนที่ฝังอยู่ที่ผนังห้อง (ไม่ว่าผู้ป่วยจะได้ใช้หรือไม่)  เครื่องโทรศัพท์  ม่านกั้น  ไฟส่องสว่าง ฯลฯ   เป็นต้น  อีกวันละ 988 บาท 

               ยังมีค่าอาหารสำหรับคนไข้คนเดียวอีกมื้อละ 450 บาท  วันละ 3 มื้อก็ตก 1350 บาท  ดีที่โรงพยาบาลไม่เรียกชื่อว่า  “บริโภคภัณฑ์ทางการแพทย์”   ไม่งั้นได้ฮากันตกเก้าอี้แน่นอน 

               ที่สำคัญ  ขนาดอาหารราคาแพงขนาดนี้ และเป็นเมนูสุดแสนจะง่ายมาก เช่น  ข้าวต้ม เต้าหู้ผัก เต้าหู้อบ เต้าหู้นึ่ง  และ แกงจืด เป็นต้น  โรงพยาบาลยังไม่มีปัญญา ทำอาหารให้มีรสชาติที่พอรับประทานได้เลย 

               นอกจากนี้   ยังมี “ค่าบริการพยาบาลของผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล หรือ การผดุงครรภ์” อีก  คิดแล้วตกวันละ 2800 บาท

               คิดไปคิดมา  ราคาค่าห้องน่าจะเกิน 9200 บาทด้วยซ้ำ

               ที่น่าสงสัยก็คือ  ทำไมโรงพยาบาลจะต้องแยกรายการของค่าห้องพักออกมาให้วุ่นวายขนาดนี้   ท่านผู้อ่านก็ลองคิดดูเอาเองแล้วกัน  

               สัปดาห์หน้า  ผมจะมาเจาะลึกการให้บริการของโรงพยาบาลเอกชนว่า  คิดราคาสมเหตุสมผลหรือไม่

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , .

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *