เกมส์ อ๊อฟ โทรน ของฟาโรห์(ตอน3)

ซอกซอนตะลอนไป                           (14 กรกฎาคม 2562)

เกมส์ อ๊อฟ โทรน ของฟาโรห์(ตอน 3)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

               ธุทโมเซส ที่ 3 กุมความแค้นแน่นหัวอกขึ้นครองราชย์เป็นฟาโรห์ หลังจากที่ ฮัทเชปซุท สิ้นพระชนม์   จากนั้น  แผนการล้างแค้น ฮัทเชปซุท ก็เริ่มขึ้นในทันที 

               ปัญหาคือ  จะล้างแค้นอย่างไร  ในเมื่อคนที่ต้องการจะล้างแค้นได้ตายไปแล้ว

               เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปพูดถึง แนวคิดทางศาสนาของอียิปต์โบราณเสียก่อน  เพื่อจะได้เข้าใจการล้างแค้นแบบอียิปต์

               เนื่องจากศาสนาอียิปต์โบราณเชื่อถือกันว่า  ชีวิตมนุษย์มิได้สิ้นสุดลง เมื่อมนุษย์ถึงแก่ความตาย   แต่จะยังมีอีกโลกหนึ่งรออยู่   เขาเรียกว่า UNDER WORLD  หรือ โลกหน้า  แต่ไม่ใช่ นรกภูมิ

               เห็นมั้ยครับว่า  แนวคิดในเรื่องโลกหน้า มีมาตั้งแต่โบราณกาล  ก่อนหน้าศาสนายิว  ศาสนาฮินดู  ศาสนาพุทธ  ศาสนาคริสต์  หรือแม้แต่  ศาสนาอิสลาม

               ณ.ที่โลกหน้า   เทพโอไซริส ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่ง “โลกหน้า” จะประทับรออยู่ที่นั่น  เพื่อให้คนตายเดินทางไปพบกับพระองค์  โดยมีเงื่อนไขรายละเอียดต่างๆก่อนที่เขาจะได้พบกับพระองค์  ซึ่งผมจะนำเอามาเล่าให้ฟังในโอกาสหน้าครับ


(ภาพเขียนบนกระดาษปาปิรัส อายุหลายพันปี แสดงให้เห็นเทพโอไซริส ประทับในประรำ ใน “โลกหน้า” รอให้มนุษย์ที่ตายเดินทางไปพบ)

               ด้วยเหตุที่ชาวอียิปต์เชื่อถือในเรื่อง “โลกหน้า” นี่เอง  จึงมีแนวความคิดที่จะเก็บรักษาร่างกายของผู้ตายเอาไว้  จุดประสงค์ก็คือ  เพื่อเอาไปใช้ในโลกหน้า 

               วิธีการเก็บรักษาร่างกายเอาไว้ก็คือ การทำเป็นมัมมี่ นั่นเอง

               นอกจากนี้  คนที่อยู่ข้างหลังยังจะต้องเตรียมพร้อมจัดการข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่ผู้ตายเคยใช้มาก่อน ให้ผู้ตายได้นำเอาไปใช้ในโลกหน้าด้วย

               รวมถึง  บรรดาข้าทาสบริวาร  คนรับใช้ (ในกรณีที่เป็นฟาโรห์ หรือ บรรดาชนชั้นสูงต่างๆ) เพื่อให้ข้าทาสบริวาร และ คนรับใช้เหล่านี้ ได้ตามไปรับใช้ในโลกหน้า

               มัมมี่ ที่ทำเอาไว้จะต้องดูแลรักษาเอาไว้ให้อยู่ในสภาพดี  เพราะชาวอียิปต์โบราณเชื่อถือว่า  มัมมี่จะเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณ 2 ชนิดของผู้ตาย ที่เรียกว่า บา(BA)  และ  คา (KA)  ซึ่งผมจะเล่ารายละเอียดเรื่องวิญญาณที่ว่านี้ในโอกาสต่อๆไปครับ


(รูปลักษณ์ของ คา ซึ่งเป็นวิญญาณชนิดหนึ่งของผู้ตาย)

               รายละเอียดเหล่านี้   ล้วนเป็นคำสั่ง หรือ กฎ ที่บรรดานักบวชได้บอกไว้กับฟาโรห์ ให้ปฎิบัติตาม  ส่วนจะเป็นจริงในโลกหน้าตามที่นักบวชได้บอกเอาไว้หรือไม่  ไม่มีใครสามารถบอกได้

               นักบวชย้ำว่า  ต้องรักษามัมมี่เอาไว้ให้ดี  เพื่อให้วิญญาณของผู้ตายสามารถกลับมาเข้าร่างได้  หากไม่มีมัมมี่ วิญญาณก็จะต้องระเหเร่ร่อน ไม่สามารถเดินทางไปสู่ “โลกหน้า” ได้ตลอดกาล 

               แต่นักบวชก็ต้องคิดแผนสองให้แก่ฟาโรห์ด้วย  กล่าวคือ  หากมัมมี่ถูกศัตรูทำลาย  นักบวชบอกว่า   จะต้องสร้างรูปสลักเหมือนของผู้ตายเอาไว้  หรือ  แกะสลักภาพของผู้ตายบนผนังเอาไว้  


(พระนามของฮัทเชปซุท ใน คาร์ทูช ที่ถูกกะเทาะทำลาย)

               หรือไม่ก็  แกะสลักชื่อของฟาโรห์ผู้ตาย ที่เขียนด้วยภาษาเฮียโรกลิฟ อยู่ในวงรีที่เรียกว่า  คาร์ทูช(CARTOUCHE)  ทั้งนี้  ก็เพื่อให้วิญญาณของผู้ตายมาสิ่งสถิตได้ในที่ใดที่หนึ่ง

               สรุปก็คือ  สิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการไปใช้ชีวิตในโลกหน้าก็คือ มัมมี่ , รูปสลักที่ทำด้วยหิน  ,  รูปสลักบนกำแพง  และ  ชื่อที่อยู่ในคาร์ทูช

               หากสิ่งเหล่านี้ถูกทำลายก็จะทำให้ วิญญาณของผู้ตายไม่สามารถเดินทางไปสู่ “โลกหน้า”ได้  และ นี่คือสิ่งที่นักโบราณคดีอียิปต์เชื่อว่า  เป็นวิธีการในการแก้แค้นผู้ที่ตายไปแล้วของคนในยุคนั้น

               จึงปรากฏ  ภาพสลักนูนต่ำของ ฮัทเชปซุท หลายรูปในวิหาร ฮัทเชปซุท  และอีกหลายแห่งที่ถูกกะเทาะด้วยของแข็ง จนภาพ หรือ ตัวหนังสือชื่อของฮัทเชปซุท เสียหายเกือบหมด 

               ด้วยหวังจะไม่ให้ ฮัทเชปซุท สามารถเดินทางไป “โลกหน้า” เพื่อพบกับเทพโอไซริสได้  


(คณะของ ไวท์ เอเลแฟนท์ ทราเวล เอเยนซี่ ในวิหารคาร์นัค  เบื้องหลังก็คือ เสาโอเบอลิสค์)

               แต่ที่น่าสนใจก็คือ มีเสาโอเบอร์ลิสค์ แท่งสี่เหลี่ยมสูงปลายแหลมเหมือนดินสอ ทำด้วยหินแกรนิตทั้งต้น ในวิหารคาร์นัค ที่ฮัทเชปซุท สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่เทพอามุน-รา  และมีชื่อของฮัทเชปซุท สลักอยู่บนเสาหลายจุด  ควบคู่กับชื่อของเทพ อามุน-รา  

               หากธุปโมเซส ต้องการจะทำลายชื่อของ ฮัทเชปซุท  ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก   เพราะแกรนิตเป็นหินเนื้อแกร่ง  ความแข็งรองมาจากเพชรเพียงลำดับเดียวเท่านั้น  การจะกะเทาะทำลายชื่อของฮัทเชปซุท จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก 


(ปลายยอกของเสาโอเลอลิสค์ เป็นภาพของเทพอามุน-รา กำลังสวมมงกุฎให้แก่ ฮัทเชปซุท)

               ยิ่งไปกว่านั้น  หากจะทำลายชื่อของฮัทเชปซุท  ก็คงเกรงว่า จะไปกระทบกับชื่อของเทพอามุน-รา  ซึ่ง ธุทโมเซส ที่ 3  เองก็นับถือด้วย

               จะกลายเป็นการลบหลู่เกียรติของเทพอามุน-รา ไป ดีไม่ดีตัวเองจะเดือดร้อนด้วย  

               ธุทโมเซส ที่ 3 จึงเลือกใช้วิธีก่อกำแพงขึ้นโดยรอบเสาโอเบอลิสค์  เพื่อปิดบังชื่อของ ฮัทเชปซุสไม่ให้มีใครเห็น  เป็นความหมายเท่ากับการกะเทาะชื่อของฮัทเชปซุท ออกไปนั่นเอง   

               เรื่องแค้นฝังหุ่นนี้  มีมาช้านานแล้ว  เพราะมนุษย์ก็คือมนุษย์นั่นเอง

               สำหรับท่านที่สนใจจะเดินทางท่องเที่ยวแบบเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืน กับ ไวท์ เอเลแฟนท์  ทราเวล เอเยนซี่  กับ ผม เป็นโปรแกรมที่จัดขึ้นอย่างประณีต เพื่อให้เป็นการพักผ่อนสบายๆ และ เน้นการบรรยายชม  เชิญติดต่อได้ที่ 02 651 6900 หรือ 088 578 6666 หรือ  Line ID 14092498

               เรามีทัวร์ออกเดินทางทุกเดือน

               ท่านที่ต้องการอ่านบทความ “ซอกซอนตะลอนไป” ย้อนหลัง 5 ปี  สามารถอ่านได้ที่ บล็อก “ซอกซอนตะลอยไป”  ที่ www.whiteelephanttravel.co.th 

               พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ 

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .