ซอกซอนตะลอนไป (27 กันยายน 2569)
อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน20)
โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ
หากดูแผนที่ของยุโรปจะเห็นว่า สเปน และ โปรตุเกส อยู่ทางฝั่งตะวันตกสุดของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ดังนั้น ชาวยิวไม่อาจอพยพจากสเปน โปรตุเกส ไปทางทิศตะวันตกได้ เพราะในยุคนั้นมีเชื่อว่า หากเดินทางไปทางตะวันตก จะตกโลกเพราะโลกแบน
หรือแม้กระทั่งประเทศอังกฤษก็ไม่ต้อนรับชาวยิว
เหลือทางเดียวก็คือ ต้องแล่นเรือไปทางตะวันออก ปลายทางประเทศอิตาลี กรีซ เป็นต้น

(ลอเรนโซ เดอ เมดิชี่ ผู้นำตระกูลเมดิชี่ที่สร้างความเจริญให้แก่ฟลอเรนซ์ และ ทัสคานี – ภาพจากวิกิพีเดีย)
ในขณะนั้น อิตาลีมีความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางเศรษฐกิจ และ ศิลปวัฒนธรรม เพราะถือเป็น “ยุคฟื้นฟูศิลปะและวิทยาการ” (RENAISSANCE) ที่มีศิลปินดังๆหลายคนเช่น ดาวินชี่ , ไมเคิลแองเจโล , ราฟาเอล และอีกมากมาย
ที่สำคัญก็คือ อิตาลีได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากสงครามครูเสด โดยเฉพาะรัฐเวนิส ที่เป็นท่าเรือในการนำส่งทหารครูเสดไปรบที่เยรูซาเล็ม ทำให้รัฐเวนิสมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจอย่างมาก
เมื่อชาวยิวต้องอพยพออกจากหลายประเทศ ก็ต้องพยายามหาประเทศที่ตัวเองสามารถขึ้นฝั่งเพื่อทำมาหากินได้ อิตาลีเป็นเป้าหมายสำคัญ
แต่คริสเตียนในยุโรปกำลังแข็งแกร่ง ชาวคริสต์ส่วนใหญ่จะเคร่งครัดในกฎระเบียบของศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการห้ามหากินกับการปล่อยเงินกู้
แต่ชาวยิวมีความสามารถพิเศษ
ในเมืองฟลอเรนซ์ รัฐทัสคานี มีคหบดีเศรษฐีใหญ่ตระกูลหนึ่ง มีชื่อว่า ตระกูลเมดิชี ตระกูลนี้ยิ่งใหญ่ขนาดไหนคงไม่ต้องลงรายละเอียด ขนาดที่ว่า สมาชิกหลายคนเคยดำรงตำแหน่งสันตะปาปา ด้วยซ้ำ
แม้จะเป็นตระกูลที่มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย แต่การจะมาหากินกับการกู้ยืมแบบให้มีกำไรมากๆ เขากลับทำอย่างเปิดเผยไม่ได้ เพราะข้อห้ามทางศาสนาดักคอไว้ ชาวยิวผู้อพยพใหม่ก็จึงยื่นข้อเสนอกับตระกูลเมดิชี ให้รับพวกเขาเข้ามาอยู่ในอุปการะ แล้วพวกเขาจะออกหน้าทำงานปล่อยกู้ดอกโหดให้
เมื่อศาสนาห้ามปล่อยกู้ด้วยตัวเอง แต่หากเป็นเงินของตัวเองแล้วให้ชาวยิวออกหน้าปล่อยกู้ให้ แบบนี้ย่อมลอดรูข้อห้ามทางศาสนาได้
ชาวยิวจำนวนหนึ่งจึงได้เข้ามาอาศัยอยู่ในรัฐทัสคานี ภายใต้การคุ้มครองของตระกูลเมดิชี่

(พระราชวังดอดจ์ ของผู้บริหารของเวนิส – ภาพจากวิกิพีเดีย)
ยิวอีกส่วนหนึ่งเดินทางไปขึ้นฝั่งที่เวนิส และ คงจะด้วยการเจรจาแบบเดียวกัน กับผู้ปกครองของรัฐเวนิสที่เรียกว่า “ดอดจ์” ชาวยิวจำนวนหนึ่งจึงสามารถลงหลักปักฐานที่เกาะเวนิสนี้ได้
ประวัติความโหดร้ายในการเรียกดอกเงินกู้ของชาวยิวเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก จากบทประพันธ์ของเช็คส์เปียร์ เรื่อง “THE MERCHANT OF VENICE” ที่ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ได้ทรงนำมาประพันธ์แปลเป็นภาษาไทยชื่อ “เวนิสวาณิช”
แม้จะเป็นเพียงบทละครของเช็คส์เปียร์ แต่ก็น่าจะอ้างอิงมาจากเรื่องจริงที่ยิวไชล็อค เรียกดอกเบี้ยโหดด้วยการแล่เนื้อของเจ้าตัวมาแทนดอกเบี้ย
พฤติกรรมโหดดังกล่าวปรากฎไปทั่ว จนกระทั่งในปี 1540 เกิดการต่อต้านจากชาวอิตาเลี่ยนให้ขับไล่ชาวยิวออกนอกประเทศ แม้ว่าจะไม่ใช่ทั้งหมดก็ตาม
สาเหตุของการขับไล่ที่ปฎิเสธไม่ได้ก็คือ พฤติกรรมดอกเบี้ยโหดนั่นเอง

ท่านที่สนใจจะร่วมเดินทางเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืนที่ผมจะเป็นผู้บรรยายชม จะเริ่มอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2569 ไปถึงเดือนมีนาคม 2570 สามารถสอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 ครับ






