อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน21)

ซอกซอนตะลอนไป                           (4 ตุลาคม 2569)

อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน(ตอน21)  

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

ต่อมาในปี 1791  จักรพรรดินี แคทเธอรีนมหาราช ของรัสเซีย ก็ออกประกาศพระราชกฤษฎีกา จำกัดเขตที่อยู่อาศัยของชาวยิว  และขับไล่ชาวยิวออกจากพื้นที่ส่วนกลางของรัสเซียอีกด้วย

เหตุผลหลักก็คือ  เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของพ่อค้าชาวรัสเซีย  และ ป้องกันการรวมกลุ่มกันทั้งทางศาสนาและวัฒนธรรม

จะเห็นว่า  เมื่อกว่า 200 ปีที่แล้ว  ประเทศรัสเซียก็ต้องทำทุกวิถีทางในการปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจของชาวรัสเซียจากพวกยิวแล้ว  


(จักรพรรดินี แคทเธอรีน มหาราช – ภาพจากวิกิพีเดีย)

แม้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ไม่ได้ระบุชัดว่า เป็นเรื่องการให้กู้ยืมเงินด้วยอัตราดอกเบี้ยที่แพงมากของชาวยิว   แต่ก็ยังเป็นเรื่องปัญหาทางเศรษฐกิจ การเงินการทองอยู่ดี  

และ สาเหตุสำคัญอีกเรื่องก็คือ  การไม่ยอมผสมกลมกลืนกับวัฒนธรรมของคนในพื้นที่

จะเห็นว่า  การที่ชาวยิวถูกขับไล่ออกจากประเทศต่างๆอยู่เสมอนั้น  สาเหตุใหญ่คือเรื่องที่ชาวยิวถืออำนาจทางเศรษฐกิจเหนือกว่าคนพื้นถิ่น  และการที่ชาวยิวปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหด  และ  การเป็นชาติพันธุ์ที่มีความแข็งแกร่งในการรักษาวัฒนธรรมของตนเองเอาไว้  จนไม่อาจกลมกลืน หรือ รับมือในการก้าวเดินไปพร้อมกับคนรอบข้างได้

หมายความว่า   ชาวยิวแสดงความเป็นกลุ่มก้อนที่มีสายใยผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น  จนผู้เป็นเจ้าของประเทศเกิดความรู้สึกที่ไม่ไว้วางใจ  และ  รู้สึกถึงการถูกคุกคาม

จนถึงตอนนี้  ชาวยิวได้กระจัดกระจายไปอาศัยในหลายประเทศทั่วยุโรปแล้ว   ทั้งยุโรปตะวันตก และยุโรปตะวันออก เช่น  โปแลนด์  ยูเครน  ลิทัวเนีย  และ  เบลารุส   เป็นต้น

รวมถึงชาวยิวจำนวนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในปาเลสไตน์ร่วมกับชาวอาหรับ  ขณะเดียวกันก็มีชาวยิวอพยพเข้ามาสู่ปาเลสไตน์อาศัยเพิ่มขึ้น

จนกระทั่งดินแดนคานาอัน และ ดินแดนตะวันออกกลางถูกอาณาจักรอ๊อตโตมานเข้ายึดครอง  แต่เมื่ออ๊อตโตมานเริ่มอ่อนแอลง   ชาติตะวันตก เช่น  อังกฤษ และ  ฝรั่งเศสก็เข้ามาแทรกแซง

ตลอดเวลา   ชาวอาหรับปาเลสไตน์ และ  ชาวยิว ที่อาศัยอยู่ในดินแดนคานาอัน ต่างก็เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน  ช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกัน  จนดูเหมือนว่า  ทั้งสองชนชาติได้ก้าวข้ามความแตกต่าง และ ความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ และ ศาสนาทั้งปวงของทั้งสองฝ่ายแล้ว


(แผนที่ของดินแดนคานาอันก่อนที่อังกฤษจะเข้ามา-ภาพจาก E-BAY)

จนเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ระเบิดขึ้น  อำนาจของอ๊อตโตมานอ่อนแอลง  อังกฤษ แทรกตัวเข้ามาเพื่อยึดอำนาจแทน


(ภาพจากภาพยนต์เรื่อง “ลอว์เรนซ์ แห่ง อาระเบีย ที่นำแสดงโดย ปีเตอร์ โอทูล และ โอมาร์ ชารีฟ สะท้อนเหตุการณ์ของอังกฤษในตะวันออกกลางในช่วงเวลานี้)

อังกฤษ ใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิง และ การไร้ซึ่งความจริงใจเข้ามาดำเนินงานทางการทูต  ด้วยการเจรจาขอให้พวกอาหรับในปาเลสไตน์ช่วยฝ่ายตนรบกับอาณาจักรอ๊อตโตมาน  หากสำเร็จและจบลงด้วยชัยชนะของอังกฤษ  อังกฤษจะช่วยพวกอาหรับตั้งประเทศของพวกเขา

ขณะเดียวกัน  อังกฤษ ก็แอบสัญญากับชาวยิวในปาเลสไตน์ด้วยข้อเสนอแบบเดียวกับพวกอาหรับปาเลสไตน์

ทั้งสองฝ่ายไม่รู้เรื่องข้อตกลงลับที่เป็นแผนร้ายของอังกฤษ จึงช่วยอังกฤษรบกับอ๊อตโตมาน จนได้ชัยชนะ  จากนั้น  อังกฤษก็เผยธาตุแท้ด้วยการสนับสนุนให้ยิวได้ก่อตั้งชาติของตนเองในดินแดนปาเลสไตน์  จนเกิดความขัดแย้งทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง 

ฝ่ายหนึ่งคือ ยิวที่มีชาติตะวันตกหลายชาติหนุนหลัง  อีกฝ่ายคืออาหรับปาเลสไตน์ที่มีกลุ่มชาติอาหรับเป็นพันธมิตร

แน่นอนว่า  ชาติตะวันตกเป็นฝ่ายได้ชัยชนะในเวทีโลก และก่อตั้งประเทศอิสราเอลสำเร็จเป็นชาติใหม่ด้วยการสนับสนุนของกลุ่มไซออนนิสต์ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ปี 1948 และกลายเป็นความขัดแย้ง และ สงครามที่ไม่มีวันสงบสุขในดินแดนคานาอัน และ  ตะวันออกกลาง จนถึงวันนี้

ผมขอจบเรื่อง “อิสราเอลจากอดีตถึงปัจจุบัน” เพียงแค่นี้ครับ

ท่านที่สนใจจะร่วมเดินทางเจาะลึกอียิปต์ 10 วัน 7 คืนที่ผมจะเป็นผู้บรรยายชม  จะเริ่มอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2569 ไปถึงเดือนมีนาคม 2570 สามารถสอบถามได้ที่โทร 0885786666 หรือ LINE ID – 14092498 ครับ

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .