รับลมหนาวบนแม่น้ำไนล์อียิปต์(ตอน 3)

ซอกซอนตะลอนไป                 (5 ธันวาคม 2557)

รับลมหนาวบนแม่น้ำไนล์อียิปต์(ตอน 3)

โดย   เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

               อียิปต์เป็นชาติเก่าแก่  หรือ อาจจะเรียกว่าเก่าแก่ที่สุดในโลกก็ว่าได้ 

               เป็นเรื่องที่น่าจะสันนิษฐานว่า   แม้กระทั่งพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับพันธะสัญญาเก่า(OLD TESTAMENT)  หรือ ที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  คัมภัร์ไบเบิ้ลของชาวยิว (HEBREW BIBLE)นั้น ก็น่าจะมีที่มาจาก แนวความคิดทางศาสนาของชาวอียิปต์โบราณด้วย

               คัมภีร์ไบเบิลของชาวยิว ในบทปฐมกาล เรื่อง การเนรมิตสร้างโลกและมนุษย์  บอกว่า

               “ในปฐมกาล  พระเจ้าทรงเนรมิตเสร้างฟ้า และ แผ่นดิน  แผ่นดินก็ว่างเปล่า ความมืดอยู่เหนือน้ำ และพระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือน้ำนั้น

               พระเจ้าตรัสว่า “จงเกิดความสว่าง” ความสว่างก็เกิดขึ้น……..     และทรงแยกความสว่างออกจากความมืด  พระเจ้าทรงเรียกความสว่างนั้นว่า วัน  และความมืดนั้นว่า คืน  มีเวลาเย็นและเช้าเป็นวันแรก”

               ในคัมภีร์ไบเบิลของชาวยิวบอกว่า  เมื่อกษัตริย์แห่งชาวอียิปต์ ประสงค์จะมอบรางวัลให้แก่ โจเซฟ(JOSEPH) ซึ่งเป็นชาวยิวที่ถูกพี่ชายแอบขายมาเป็นทาสในอียิปต์ และได้ทำงานในราชสำนักของฟาโรห์จนได้รับความไว้วางใจอย่างสูงสุด   ฟาโรห์ก็ยกธิดาของของนักบวชแห่ง ออน(ON) ให้โจเซฟ

               ออน ของชาวยิว หรือ ที่ชาวอียิปต์โบราณเรียกว่า แอนนู(ANNU)  และ ชาวกรีกเรียกว่า เฮลิโอโปลิส(HELIOPOLIS) ปัจจุบันเป็นเขตที่อยู่อาศัยของคนรวย   อยู่ระหว่างทางจากในเมืองไปยังสนามบิน

               บ้านของอดีตประธานธิบดี ฮอร์สนี่ มูบารัค  ก็อยู่ในเขตดังกล่าวเหมือนกัน

               ในขณะที่ตำนานการสร้างโลกของชาวอียิปต์โบราณบอกประมาณว่า  ในปฐมกาล  ไม่มีอะไรเลยยกเว้น “น้ำ” ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “นัน” (NUN) หรือ นู   จากนั้นก็ถึงการถือกำเนิดของเทพ “รา” (RA)


(เทพ รา  ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่า  เป็นหัวหน้าแห่งเทพของอียิปต์โบราณ)

               กล่าวกันว่า  เทพรา สร้างตนเองขึ้นมา  กลายเป็นเนินดินโผล่ขึ้นมาจากกลางน้ำ    ขณะนั้น โลกนี้ยังไม่มีอะไรทั้งสิ้น  นอกจากความมืด และ ความว่างเปล่า 

               จากนั้น  เทพเจ้าราก็สำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง  (ตำราเขียนแบบนี้จริงๆ)  แล้วให้กำเนิดลูกฝาแฝด  มีนามว่า ชู(SHU) และ เทฟนุต(TEFNUT)


(เทพชู  เทพแห่งอากาศ และ  จักรวาล )

               ชู คือเทพเจ้าแห่งอากาศธาตุ  ในขณะที่เทฟนุต เป็นเทพธิดาแห่ง หมอก  ไอน้ำ  และ  ฝน    


(เทพธิดา เทฟนุต)

แรกทีเดียว   เทพธิดานุต(NUT) ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งท้องฟ้า กอดกันกับเทพเก็บ(GEB) ซึ่งเป็นเทพแห่งแผ่นดิน จนเป็นเนื้อเดียวกัน   เทพเจ้าราให้เทพธิดานุต(NUT) ใช้แขนและขาดันตัวเองให้แยกออกจากเทพเก็บ   พื้นดินจึงถูกแยกออกจากท้องฟ้า 

เทพธิดานุต  ใช้ลำตัวของตัวเองเป็นท้องฟ้าครอบพื้นแผ่นดิน   พื้นที่ระหว่างเทพนุต และ พื้นดิน ก็คือ พื้นที่ของเทพชู(SHU)  หรือ เทพแห่งอากาศ  หรือ จักรวาล 


(เทพเก็บ และ เทพธิดา นุต )

(ภาพเขียนกระดาษปาริรัส  แสดงให้เห็นเทพชู(คนกลาง) เทพแห่งอากาศ และ จักรวาล ดันตัวของเทพธิดา นุต แยกออจากเทพเก็บ)

(เทพธิดา นุต  ในอีกรูปแบบหนึ่ง)

               ขณะนั้น   ยังมีแต่ความมืด   เทพราจึงสร้างดวงตาขึ้นที่หน้าผากของตนเอง   แล้วสั่งให้ดวงตานั้นออกไปตามหา เทพชู และ เทพธิดา เทฟนุต ลูกฝาแฝดของตนเอง

               เมื่อดวงตาดวงนั้นบินกลับมาหาเทพราอีกครั้ง   ก็ปรากฏว่า  มีดวงตาดวงใหม่เกิดขึ้นที่หน้าผากอยู่แล้ว   ดวงตาเดิมโกรธมาก จนเทพราต้องเข้ามาไกล่เกลี่ยประนีประนอม  ด้วยการกำหนดให้ดวงตาดวงแรกมีอำนาจมากกว่าดวงตาดวงที่สอง 

และให้ดวงตาดวงแรกเป็นดวงตาแห่งพระอาทิตย์   และให้ดวงตาที่สองเป็นดวงตาแห่งพระจันทร์

โลกจึงมีแสงสว่าง 

จากนั้น  เทพราก็เปลี่ยนให้เทพแห่งดวงอาทิตย์แปลงโฉมมาเป็น งูเห่าที่ประทับอยู่ที่เหนือหน้าผากเพื่อปกป้องพระองค์จากศัตรู    ต่อมา   งูเห่าได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการปกปักษ์รักษาฟาโรห์ของอียิปต์นับแต่นั้น 


(รูปสลักฟาโรห์พระองค์หนึ่ง  ที่หน้าผากจะเห็นงูเห่าที่เป็นเครื่องหมายของการปกปักษ์รักษาฟาโรห์)

อย่างไรก็ตาม   ตำนานถือว่า   เทพราเป็นเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์  ซึ่งจะเห็นได้จากภาพสลักตามวิหาร  และ  ในสุสานต่างๆที่แสดงภาพของเทพราที่มีวงกลมของดวงอาทิตย์อยู่บนศรีษะ   หรือ บางครั้งก็แสดงตัวตนของเทพราด้วยภาพดวงอาทิตย์

ต่อมา   เทพธิดานุต ได้ให้กำเนิดโอรสออกมา 4 องค์ (แต่บางตำราก็ว่า 5 องค์)  คือ  เทพโอไซริส(OSIRIS) ,  เทพเซธ(SETH)  , เทพธิดาไอซิส(ISIS) และ เทพธิดา เนปธิส(NEPHTHYS)  (สำหรับตำราที่บอกว่ามี 5 องค์ ก็จะเพิ่ม ฮอรัส ผู้อาวุโส(HORUS THE ELDER) เข้าไปอีกองค์หนึ่ง)  

บรรดาเทพ และ เทพธิดา ทั้ง 4 องค์นี้ต่อมาได้สร้างเรื่องราว และ ตำนานต่างๆมากมาย  ซึ่งผมจะได้นำมาเล่าต่อไป

แต่สำหรับผู้ที่ร่วมเดินทางไปท่องอียิปต์ กับผมระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน ถึง 7 ธันวาคม นี้   ก็คงจะได้ฟังผมเล่าเรื่องเราของเทพทั้งสี่องค์เหล่านี้อย่างสนุกสนานที่วิหารเอ็ดฟูกันแล้ว

สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวอียิปต์แบบเจาะลึก  สามารถโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่ 02 651 6900  บริษัท ไวท์ เอเลแฟนท์ ทราเวล เอเยนซี่  

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , , , .

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *