โรงพยาบาลเอกชนไทย ขุมทองของเจ้าของไร้เมตตา (ตอน3)

ซอกซอนตะลอนไป                           (17 กันยายน 2560)

โรงพยาบาลเอกชนไทย ขุมทองของเจ้าของไร้เมตตา (ตอน3)

โดย             เสรษฐวิทย์  ชีรวินิจ

               มีเพื่อนหลายคนถามผมว่า โรงพยาบาลเอกชนที่เขียนถึงนั้นชื่ออะไร

               ขอเรียนว่า  แม้จะมีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับโรงพยาบาลเอกชนที่ว่า  แต่เรื่องแบบนี้  สามารถเกิดขึ้นกับโรงพยาบาลเอกชนอะไรก็ได้เสมอ   หากผู้บริหารโรงพยาบาลไร้ซึ่งมนุษยธรรม และ เมตตาธรรม

               และไม่ได้หมายความว่า  โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งจะเลวร้ายไปหมด ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขหลายประการที่ผมจะพูดถึงในตอนหลัง

               หลังจากคนไข้ในกรณีที่ผมได้เล่าให้ฟังในตอนที่ 1  ขอย้ายออกจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่ว่านี้  หลังจากเข้าพักรักษาอยู่ 5 คืน  โดยที่ไม่มีวี่แววว่าอาการของคนไข้จะดีขึ้นเลย  ญาติของคนไข้บอกกับหมอว่า  จะขอกลับไปเฝ้าดูอาการที่บ้าน 

               หมอทุกคนคัดค้าน  แต่ก็ไม่เคยคิดว่า  ทำไม  คนไข้จึงขอย้ายออกหากโรงพยาบาลรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ     

               หมอทุกคน ยันถึงผู้จัดการโรงพยาบาล ต่างเวียนกันมาเกลี้ยกล่อม  บางรายผสมขู่ให้คนไข้อยู่ในโรงพยาบาลต่อไป  

               หมอบางคนบอกว่า   หากย้ายออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว  คนไข้เป็นอะไรจะไม่รับผิดชอบ

               พูดเหมือนกับว่า   หากคนไข้อยู่โรงพยาบาลแล้วเกิดเป็นอะไรไป  หมอ กับ โรงพยาบาลจะรับผิดชอบยังงั้นแหละ    ทั้งๆที่  สาเหตุที่คนไข้เช็คอินเข้าโรงพยาบาลนั้น   คนไข้มีอาการนอนไม่หลับจนเกิดอาการเพ้อ    แต่หมอก็ให้ยาแบบจิ๊บๆ  ที่ไม่ช่วยในเรื่องนี้เลย   เหมือนมีเจตนาจะเลี้ยงไข้ให้คนไข้อยู่ในโรงพยาบาลให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้  

               เมื่อคนไข้ เช็คเอ้าท์จากโรงพยาบาลหลังจากพักอยู่ในโรงพยาบาล 5 คืน   บิลค่ารักษาพุ่งขึ้นไปเป็น หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นกว่าบาท

               หลังจากเช็คเอ้าท์จากโรงพยาบาลนี้แล้ว  คนไข้ก็เดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลเอกชนแถวแจ้งวัฒนะ และ ADMIT  ที่นี่ เพื่อทำการรักษาต่อ

               โดยรูปลักษณ์ภายนอกของโรงพยาบาลเอกชนทั้งสองแห่ง  ย่อมเทียบกันไม่ได้เลยในแง่ความหรูหรา  ความสุขสบาย  ความน่าเชื่อถือ และต่างๆนานา   หรือแม้กระทั่ง  เครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ที่โฆษณากันอย่างมากมายว่าล้ำยุคล้ำสมัย   

               แต่คุณภาพของหมอ  และ การใส่ใจอย่างแท้จริงของหมอในการดูแลคนไข้นั้น  เป็นอีกเรื่องหนึ่งจริงๆ

               หลังจากพักรักษาตัวเองในโรงพยาบาลเอกชนแถวแจ้งวัฒนะ 7 คืน  คนไข้ก็หายเป็นปกติ (อันที่จริงอาการของคนไข้ดีขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 -5 แล้ว)   สามารถนอนหลับได้  ทานอาหารได้ตามปกติ 

               บิลค่ารักษาของโรงพยาบาลแถวแจ้งวัฒนะคือ 58,000 บาท  ทั้งๆที่มีการใช้เครื่องตรวจ MRI ด้วย

               จะเห็นว่า  ค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในหมู่ไฮโซ สูงกว่าโรงพยาบาลเอกชนในระดับมาตรฐานถึง  3  เท่าตัวทีเดียว 

               แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ  มาตรฐานการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนระดับธรรมดา กลับมีประสิทธิภาพสูงกว่าการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเสียอีก   เพราะหลังจากผู้ป่วยย้ายไปรักษาโรงพยาบาลเอกชนระดับมาตรฐานธรรมดา  ก็สามารถฟื้นตัวและหายเป็นปกติได้ในเวลา 7 คืน   

               ทำให้เกิดสงสัยว่า   รัฐบาลไม่มีการควบคุมราคาค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเลยหรืออย่างไร  แล้วแต่จะตั้งราคาค่าบริการ และการรักษาให้สูงแพงขนาดไหนก็ได้หรืออย่างไร 

               จะว่าโรงพยาบาลเอกชนมีค่าใช้จ่ายสูงมาก  จึงต้องคิดค่าบริการแพงก็ไม่ใช่   เพราะแม้โรงพยาบาลเอกชนแถวแจ้งวัฒนะ จะคิดค่ารักษาถูกกว่าโรงพยาบาลชื่อดังถึง 3 เท่า  เขาก็ยังมีกำไร  และกำลังขยับขยายต่อเติมอาคารอยู่ด้วยซ้ำ 

               รัฐบาลมีมาตรการในการควบคุมราคาสินค้าประเภทอุปโภค บริโภค  เช่น  ข้าวสาร เนื้อสัตว์  ไข่   น้ำมันพืช ซึ่งเป็นสินค้าพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต เพราะกลัวประชาชนเดือดร้อน   

               หรือแม้กระทั่ง  เพิ่มอัตราภาษีให้สูงขึ้นมากๆแก่สินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน  เช่น  เหล้า บุหรี่  ทั้งๆที่ประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้ดื่ม และ สูบ ก็ไม่ได้เดือดร้อน 

               แต่สำหรับธุรกิจโรงพยาบาล  อัตราค่ารักษาของหมอในโรงพยาบาล  และค่ายาในโรงพยาบาล  ซึ่งเป็นปัจจัยสี่ที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิตมนุษย์   รัฐบาลกลับไม่สนใจดูแล 

               ความผิดพลาดมันเกิดจาก  กิเลสของมนุษย์ที่อยู่ในสถานะ และ  ฐานะทางการเงินที่ได้เปรียบกว่าเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ   มาอาศัยช่องว่างมาทำมาหากินบนความทุกข์ยากลำบากของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง   

               และความผิดพลาดที่สำคัญของประเทศนี้ก็คือ  การอนุญาตให้กิจการโรงพยาบาลเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้  ยิ่งเท่ากับส่งเสริมให้มนุษย์ที่เต็มไปด้วยกิเลส  สามารถโขกสับเพื่อนมนุษย์ที่กำลังตกยาก  กำลังป่วยไข้  หรืออาจจะเรียกว่าปล้นทรัพย์ไปอย่างไรก็ได้ตามใจชอบ   

               ในไม่ช้า  คนจน  หรือ แม้แต่คนชั้นกลางจะต้องตายเพราะเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล  เนื่องจากไม่มีเงิน  หรือ  ต้องเอาเงินที่หามาได้ทั้งชีวิตไปประเคนให้กับโรงพยาบาล และหมอ ที่ไร้คุณธรรม   

               เมื่อคุณธรรม และ จริยธรรม ของผู้เป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชน และ นายแพทย์บางคนในโรงพยาบาลเอกชนที่เห็นเรื่องเงินเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต

               สัปดาห์หน้า   ผมจะมาว่ากันถึงสถานะที่ได้เปรียบของชนกลุ่มนี้กัน

(ไม่มีภาพประกอบนะครับ)  

Posted in ซอกซอนตะลอนไป โดย เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ and tagged , .

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *